back to top

มลภาวะ-สารก่อภูมิแพ้-เครียด-นอนน้อย ส่งผลผู้ป่วยผื่นแพ้ผิวหนังทั่วโลกทะลุ 230 ล้านคน

ความเครียด พักผ่อนน้อย ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ พันธุกรรม และปัจจัยภายนอก อย่างมลภาวะ และสารก่อภูมิแพ้ ส่งผลต่ออุบัติการณ์ผู้ป่วยผื่นแพ้ผิวหนังเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ทะลุ 230 ล้านคนทั่วโลก แพทย์แนะอย่าชะล่าใจเร่งรักษาก่อนส่งกระทบรุนแรงทั้งกายใจ   

Eczema (ผื่นแพ้ผิวหนังที่ไม่ใช่การติดเชื้อเป็นๆ หายๆ) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ทุกเพศทุกวัย อาการที่พบบ่อย ได้แก่ แห้ง คัน แดง อักเสบ ลอกเป็นขุย หรือมักเป็นผื่นตามแขน ข้อพับ และลำตัว ซึ่งสาเหตุที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการมาจากทั้งปัจจัยภายใน เช่น พันธุกรรม ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ความเครียด พักผ่อนน้อย และปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และสารก่อภูมิแพ้ เป็นต้น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แนะนำรู้ทันโรค Eczema (ผื่นแพ้ผิวหนัง) อย่าชะล่าใจหากมีผื่นแดงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธีโดยเร็ว เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพกาย อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต

พญ.สัญชวัล วิทยากรฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ (Atopic Dermatitis or Eczema) ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเป็นจำนวนมากถึง 230 ล้านคน และมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ สาเหตุของปัญหาผื่นแพ้ผิวหนังเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองของผิวหนังจากการที่เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย และการมีสิ่งแปลกปลอม หรือสารก่อการแพ้เข้าสู่ผิว นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ กรรมพันธุ์ และระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทั้งนี้ระดับความรุนแรงของอาการขึ้นกับแต่ละบุคคล บางรายอาจมีตุ่มน้ำ อาจมีน้ำเหลืองไหล มีขุย สะเก็ด รอยถลอก รอยแกะเกา รอยแดง จนถึงระดับรุนแรงที่ในบางรายมีผื่นหนา มีร่องแตก

นอกจากนี้ปัญหาผื่นแพ้ผิวหนังยังพบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งมักมีลักษณะเป็นผื่นแดง คัน บริเวณใบหน้า ข้อพับแขนและขา อาการเหล่านี้อาจทำให้เด็กรู้สึกทรมาน เพราะอาจต้องเกาบ่อยครั้ง ทำให้ขาดความมั่นใจ และอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์และการเรียนรู้ของเด็กได้ ดังนั้นคุณพ่อ-คุณแม่ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลให้เด็กๆ ที่มีผิวบอบบาง มีสุขภาพผิวที่ดีอยู่เสมอ

สำหรับเป้าหมายหลักของการดูแลผื่นแพ้ผิวหนัง คือ การป้องกันผิวจากปัจจัยกระตุ้นภายนอกและภายในเพื่อไม่ให้เกิดอาการและบรรเทาอาการคันและการอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

นอกจากนั้นยังควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพช่วยป้องกันผิวจากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการ หรือบรรเทาอาการคันและอักเสบ โดยผลิตภัณฑ์ควรมีงานวิจัยรองรับคุณสมบัติและความปลอดภัย ที่สำคัญมีส่วนประกอบสำคัญได้แก่ dexpanthenol, emollients, protective humectants และสาร prebiotic ที่จะช่วยส่งเสริมสมดุลของ skin microbiome (จุลินทรีย์บนผิวหนัง)

ผู้ป่วยโรคผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยที่มีจำนวนมาก เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด โดยแผนกคอนซูเมอร์เฮลธ์ ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์บีแพนเธน แบรนด์จากประเทศเยอรมนี ได้จัดงานเสวนาแบ่งปันประสบการณ์การแก้ปัญหา และแนวทางการดูแลรักษาผื่นแพ้ผิวหนัง มีอาจารย์ พญ.สัญชวัล วิทยากรฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี “รถเมล์” คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ นักแสดงและคุณแม่ และแบม ปีติภัทร คูตระกูล ดำเนินรายการ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์

นางทิพวัลย์ วรุณเทพรักษา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ บริษัท ไบเออร์ไทย ให้ข้อมูลทางด้านการว่า ตลาดผื่นแพ้ผิวหนังในธุรกิจร้านขายยามีมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 มีการเจริญเติบโตมากถึง 25% นอกจากนี้จากผลสำรวจพบว่า มีจำนวนผู้ป่วยที่มีปัญหาผื่นแพ้ผิวหนังเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ในผู้ใหญ่มีอุบัติการณ์ถึง 76% แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้ตระหนักถึงโรคดังกล่าว หรือยังมีการใช้วิธีการรักษาที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพ้หรืออักเสบมากขึ้นและเกิดเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว ไบเออร์เล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดนี้ และเชื่อมั่นว่าด้วยคุณสมบัติและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์บีแพนเธนจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค

นายไท เปง มัค ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไบเออร์นำเสนอผลิตภัณฑ์บีแพนเธน ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบอบบางแพ้ง่าย และ ผื่นแพ้ผิวหนัง เพื่อเป็นอีกหนึ่งโซลูชั่นดูแลสุขภาพผิวที่มีประสิทธิภาพ

รถเมล์ คะนึงนิจ กล่าวว่า “สำหรับคุณแม่มือใหม่อย่างรถเมล์ กังวลเรื่องการดูแลผิวทั้งน้องคิดและตัวเอง เพราะปัจจุบันสภาพอากาศ มลพิษ ฝุ่น PM 2.5 รวมถึงกิจวัตรประจำวันอื่นๆ เช่น อยู่ในห้องปรับอากาศ หรือแม้กระทั่งการอาบน้ำอุ่น ทำให้เกิดผิวแห้งตามมา จึงเริ่มหาข้อมูลและมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูแลผิวให้ชุ่มชื้นได้ ทั้งของรถเมล์และน้องคิด เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติอ่อนโยนแต่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญไม่มีสเตียรอยด์ผสม ไม่มีสีและกลิ่น

ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาผื่นแพ้ผิวหนังให้กับผู้ป่วยทั่วโลก บริษัท ไบเออร์ไทย ได้นำเสนอ “Bepanthen Complete Solution for Eczema Care” แนะนำ 3 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “บีแพนเธน” ปกป้องผิวและดูแลผื่นแพ้ผิวหนัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ อาบ-โอบ-บรรเทา ประกอบด้วย บีแพนเธน เซนซิ คอนโทรล วอช, บีแพนเธน เดลี่ คอนโทรล มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม, บีแพนเธน เซนซิเดิร์ม ซึ่งปราศจากสารสเตียรอยด์ สามารถใช้ได้กับทุกเพศทุกวัยตั้งแต่ทารก 1 เดือนขึ้นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่

โดย Bepanthen (บีแพนเธน) นำเสนอ 3 ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมการดูแลผิวบอบบางแพ้ง่ายที่อาจมีโอกาสเกิด Eczema (ผื่นแพ้ผิวหนัง) (Bepanthen Complete Solution for Eczema care) โดยมีงานวิจัยรองรับ สามารถดูแลปกป้องผิวและบรรเทาอาการจาก Eczema (ผื่นแพ้ผิวหนัง) สามารถใช้ได้กับทารกอายุ 1 เดือนขึ้นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ อาบ-โอบ-บรรเทา เริ่มตั้งแต่

1. อาบ ด้วย บีแพนเธน เซนซิ คอนโทรล วอช (Bepanthen Sensi Control Wash) เจลอาบน้ำสูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 90% ประกอบด้วยสารทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนและสารให้ความชุ่มชื้นเข้มข้นสูง ทั้งแพนทีนอล กลีเซอรีน และเพนทาวิติน รักษาเกราะป้องกันผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว นอกจากนี้ยังมีน้ำมันธรรมชาติ (น้ำมันดอกทานตะวัน) และพรีไบโอติก ช่วยเสริมสกิน ไมโครโบรม (skin microbiome) ของผิวให้แข็งแรง รวมถึงรักษาค่า pH 5.5 ตามธรรมชาติของผิว สามารถใช้อาบน้ำได้ทุกวัน ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวตัว และด้วยรูปทรงของผลิตภัณฑ์ยังออกแบบหัวกดใหญ่ ทำให้ใช้งานสะดวก

2. โอบ ด้วย บีแพนเธน เดลี่ คอนโทรล มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม (Bepanthen Daily Control Moisturizing Cream) สามารถใช้คู่กับเจลอาบน้ำ บีแพนเธน เซนซิ คอนโทรล วอช ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ปกป้องผิวตลอดทั้งวัน เป็นมิติใหม่ของการปกป้องผิวที่บอบบาง จากส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ พรีไบโอติก กลีเซอรีน และไขมันธรรมชาติ ช่วยให้ความชุ่มชื้นที่ยาวนาน นอกจากนี้ยังมีโปรวิตามินบี 5 ที่ช่วยในด้านการฟื้นบำรุงผิวหนัง และมีวิตามินบี 3 ช่วยส่งเสริมการสร้างชั้นไขมัน ปราศจากสารกันเสีย น้ำหอม และสารแต่งกลิ่น สร้างเกราะป้องกันผิวที่บอบบาง นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Experts’ Choice Awards 2022 และ Most Innovative Awards 2023 จาก The Asian Parenting Thailand

และ 3. บรรเทา ด้วย บีแพนเธน เซนซิเดิร์ม (Bepanthen Sensiderm) ช่วยบรรเทาอาการคันได้ภายใน 30 นาที จาก 3 กลไกการเลียนแบบผิว ประกอบด้วยการฟื้นฟูเกราะปกป้องผิวด้วยเทคโนโลยีของชั้นไขมันที่เรียงเป็นชั้น (Lipid lamellar technology) ซึ่งเป็นการเสริมสร้างไขมันต่างๆ เช่น เซราไมด์ (ceramides) ที่มีโครงสร้างเรียงกันเป็นชั้นเช่นเดียวกับที่มีในเกราะปกป้องผิว การเก็บกักน้ำในผิวด้วยกลีเซอรีน และโปรวิตามินบี 5 ที่ช่วยฟื้นฟูผิว และเพิ่มไขมันที่ช่วยดูแลผิวตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล Most Promising Awards 2022 จาก The Asian Parenting Thailand

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์จากบีแพนเธน ปราศจากสารกันเสีย น้ำหอม และสี ผ่านการตรวจสอบ Hypoallergenic Test เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งจนถึงแห้งมาก และผิวบอบบาง ซึ่งถูกกระตุ้นให้เกิดอาการคันได้ง่าย