ร้อนใน หรือ แผลในปาก ไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประจำวันอีกด้วย แผลร้อนใน คือแผลขนาดเล็กตั้งแต่ 1 มิลลิเมตรถึงขนาดใหญ่เกิน 1 เซนติเมตร ที่เกิดขึ้นภายในช่องปาก เช่น บนริมฝีปาก ด้านในของแก้ม ลิ้น หรือใต้เหงือก มักมีสีขาวหรือสีเหลือง และมีขอบสีแดง เมื่อสัมผัสโดนแผลทำให้เกิดอาการเจ็บและระคายเคืองในปาก เช่น เวลารับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ แผลร้อนในสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัย และมักหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม หากแผลไม่หายไปหรือเกิดบ่อยครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและการรักษาที่เหมาะสม
ทั้งนี้ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่อาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ ที่เข้าไปกระตุ้นจนก่อให้เกิดแผลร้อนในขึ้น ดังนี้ พันธุกรรม เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย การขาดสารอาหาร เช่น วิตามินบี 12 กรดโฟลิก การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะผู้หญิงช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือระหว่างมีประจำเดือนความเครียดหรือความกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารบางชนิดที่มีอาการแพ้ จัดฟันหรือมีอุปกรณ์ทันตกรรมในช่องปาก โรคประจำตัวเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน เช่น โรคโครห์น โรคเบเช็ท เอชไอวี
ผู้ป่วยที่เป็นแผลร้อนใน ในช่องปากโดยทั่วไปจะมีอาการที่คล้ายกัน คือ มีลักษณะบวม แดง และเจ็บบริเวณที่เป็นแผลร้อนใน บางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้สูงหรือต่อมน้ำเหลืองบวมโต ทั้งนี้แผลร้อนในที่เกิดขึ้นในช่องปากจะสามารถหายเองได้
อย่างไรก็ตามอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นระยะเริ่มแรกของมะเร็งในช่องปากได้เช่นกัน เนื่องจากมีอาการที่ควรเฝ้าระวัง หากแผลร้อนในมีลักษณะ 4 ประการดังนี้ ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษา
1. แผลเกิดขึ้นจำนวนมากกว่า 1 จุด และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่แผลเก่ายังไม่หาย
2. แผลมีขนาดใหญ่เกินกว่าปกติหรือลุกลามไปบริเวณอื่น
3. มีแผลร้อนในเกิดขึ้นต่อเนื่องและอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์
4. ภาวะแทรกซ้อนของอาการร้อนใน ซึ่งหากไม่รักษาแผลร้อนในอย่างถูกวิธี อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น แผลที่หายไปแล้วอาจกลับมาอีกครั้ง ความเจ็บปวดเรื้อรังทำให้มีคุณภาพชีวิตลดลง
สำหรับวิธีการรักษาแผลร้อนใน สามารถหายเองได้ในเวลาไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ ช่วงที่มีอาการควรปฏิบัติตัว ดังนี้ ดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เช่น แปรงฟันโดยใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม ใช้น้ำยาบ้วนปากอ่อนๆ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัดที่ทำให้เกิดการระคายเคือง ใช้ยาทาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดที่ใช้ภายนอก ใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน หากอาการรุนแรง จี้ด้วยเคมีหรือไฟฟ้า
ส่วนเกลือนั้นก็ช่วยได้เช่นกัน โดยใช้เกลือ 1 ถึง 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำ 1 แก้ว ใช้ในการอมหรือบ้วนปากสามารถช่วยลดการอักเสบได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม หากใช้เกลือในปริมาณที่มากเกินไปหรือนำเกลือป้ายบริเวณแผลร้อนในโดยตรง อาจส่งผลให้มีการระคายเคืองบริเวณแผลทำให้แผลหายช้าได้
วิธีป้องกันแผลร้อนใน รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของทอด ของมัน หรืออาหารที่มีรสเผ็ดร้อน รับประทานผักและผลไม้อย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน หลีกเลี่ยงความเครียด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เช่น แปรงฟันหลังรับประทานอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ ทั้งนี้ หากแผลไม่หายไปหรือมีอาการรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
ข้อมูลโดย : อ.พญ.โยษิตา หมื่นแก้ว ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล