โรคคางทูมยังมีอยู่ในประเทศไทย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่พบอยู่ในช่วงวัยรุ่น-วัยทำงาน ที่มีประวัติไปในสถานที่แออัด เช่น สถานบันเทิง ร้านอาหาร สถาบันการศึกษา หรือสัมผัสกับบุคคลที่มีเชื้อ โดยเชื้อไวรัสจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย สามารถแพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือหายใจเอาละอองฝอยเข้าไป หรือได้รับเชื้อทางอ้อม โดยการสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อน ซึ่งจะทำให้เกิดการป่วยได้ ถึงแม้จะได้รับวัคซีน MMR 2 เข็มแล้วก็ตาม
ผศ.นพ.จารึก หาญประเสริฐพงษ์ หัวหน้าหน่วยโสตวิทยา โสตประสาทวิทยา และการสื่อความหมาย ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. ออกมาระบุว่า ในช่วงฤดูหนาวมักจะพบการระบาดของโรคคางทูมเยอะกว่าช่วงปกติ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้เชื้อฟักตัวได้ดี และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โดยหลังจากได้รับเชื้อ 12-15 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้มหรือใต้คางบวม และมีเบื่ออาหารร่วมด้วย
ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ไปจนถึงอัณฑะ หรือรังไข่อักเสบ ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ปวด ยาแก้อักเสบ เป็นต้น โดยล่าสุดพบผู้ป่วยโรคคางทูม 2 ราย รายแรกเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 20 ปี มาด้วยอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย เบื่ออาหาร ใต้คางและแก้มบวม ส่วนรายที่ 2 เป็นผู้ชายวัยทำงาน มาด้วยอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดแก้ม แก้มบวม แต่ยังอ้าปากได้ตามปกติ ผลตรวจทั้ง 2 ราย พบมีการติดเชื้อไวรัสคางทูม แพทย์จึงได้ให้ยาและรักษาตามอาการ ซึ่งโดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นภายใน 7 วัน
โรคคางทูมเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน เกิดจากเชื้อไวรัสคางทูม (Mumps virus) ในตระกูล Paramyxovirus ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่พบอยู่ในช่วงวัยรุ่น-วัยทำงาน ที่มีประวัติไปในสถานที่แออัด เช่น สถานบันเทิง ร้านอาหาร สถาบันการศึกษา หรือสัมผัสกับบุคคลที่มีเชื้อ โดยเชื้อไวรัสจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย สามารถแพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือหายใจเอาละอองฝอยเข้าไป หรือได้รับเชื้อทางอ้อม โดยการสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อน ซึ่งจะทำให้เกิดการป่วยได้ ถึงแม้จะได้รับวัคซีน MMR 2 เข็มแล้วก็ตาม
สำหรับวัคซีน พญ.ณัฐชยาญ์ คุณานิจถาวร ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนว่า ปกติวัคซีนคางทูมจะบรรจุในวัคซีนรวม 3 โรคคือ วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) ซึ่งสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กของประเทศไทย แนะนำให้ฉีด 2 เข็ม เข็มแรกที่อายุ 9-12 เดือน และเข็มที่ 2 อายุ 18 เดือน หากได้รับวัคซีนรวม MMR 1 เข็มมีประสิทธิภาพป้องกันโรคคางทูมได้ 78% และหากได้รับวัคซีน MMR ครบ 2 เข็มมีประสิทธิภาพป้องกันโรคคางทูมได้ถึง 88%
แต่โดยทั่วไปภูมิคุ้มกันหลังได้วัคซีน MMR มักลดลงเมื่อเวลาผ่านไป หรือในบางรายภูมิคุ้มกันอาจจะลดลงจนไม่สามารถป้องกันโรคคางทูมได้ ส่งผลให้เวลาได้รับเชื้อไวรัสคางทูม มักจะเกิดการติดเชื้อได้ ขณะเดียวกันจากการศึกษาข้อมูลพบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีน MMR ครบ 2 เข็ม หากมีการติดเชื้อไวรัสคางทูมอาการมักจะไม่รุนแรง
อย่างไรก็ตามโรคคางทูม เป็นโรคที่พบการระบาดอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้มีความรุนแรง แต่ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสคางทูม แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข เพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น จะสามารถป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้

