ทั้งน้ำชง น้ำอัดลมสารพัดรสชาติ และของหวานต่างๆ มีให้เลือกบริโภคมากมาย แต่อย่าลืมว่าการบริโภคน้ำอัดลมและของหวานเป็นประจำ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จำเป็นต้องจำกัดการบริโภคน้ำตาล ทั้งจากอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน หรือประมาณ 24 กรัม เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคเกินความจำเป็น ที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมในระยะยาว ดังนี้
1. การบริโภคน้ำตาลสูง เท่ากับได้รับพลังงานเกิน เสี่ยงโรคอ้วน โดยน้ำอัดลม 1 กระป๋อง อาจมีน้ำตาลสูงถึง 8–10 ช้อนชา หากดื่มเป็นประจำ ร่างกายจะสะสมเป็นไขมัน เสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง และไขมันพอกตับ
2. ทำให้สมาธิสั้น เหนื่อยง่าย พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นเร็วและตกเร็ว ทำให้หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ ง่วงเพลีย ควบคุมอารมณ์ยาก ส่งผลให้การเรียนรู้และความจำลดลง
3. การบริโภคหวานมากเกินไป ทำให้ได้รับแคลอรีสูง แต่ไม่มีวิตามิน แร่ธาตุ หรือใยอาหาร เมื่ออิ่มของหวาน จะทำให้กินอาหารที่มีประโยชน์ได้น้อยลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโต
เมื่อหวานเกิน ไร้ประโยชน์แถมมีโทษ ดังนั้น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จำเป็นต้องเริ่มต้นปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ โดยเลือกดื่มเพื่อสุขภาพ เน้นน้ำเปล่า นมจืด หรือน้ำผลไม้ไม่เติมน้ำตาล จำกัดน้ำตาลรวมทุกมื้อไม่เกิน 6 ช้อนชา/วัน และเพิ่มผักผลไม้ เพื่อเพิ่มวิตามินและใยอาหาร ช่วยควบคุมน้ำหนัก
การป้องกันโรคอ้วนในเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง จำเป็นต้องมีโมเดลตัวอย่าง ทั้งผู้ปกครองและครูควรช่วยกันส่งเสริมการบริโภคเพื่อสุขภาพของเด็ก งดจัดเลี้ยงน้ำหวาน และเลือกอาหารลดหวาน มัน เค็ม ให้เด็กๆ บริโภค
ข้อมูลโดย สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย

