back to top

การเล่นไม่ใช่แค่สนุก แต่คือหัวใจพัฒนาการและสุขภาพใจของเด็ก

งานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กและจิตวิทยาครอบครัวทั่วโลกชี้ตรงกันว่า การเลี้ยงดูผ่านการเล่นมีผลโดยตรงต่อสมองและสุขภาพจิตของเด็กในระยะยาว ดังนั้นการเล่นไม่ใช่แค่เรื่องสนุก แต่คือหัวใจสำคัญของพัฒนาการหลักในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ทำให้สมองส่วนหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ช่วยฝึกสมาธิ การคิดวางแผน และการควบคุมอารมณ์
  2. การเล่นที่มีการเคลื่อนไหว (ปีนป่าย วิ่ง) หรือเล่นของเล่นเสริมพัฒนาการ ช่วยกระตุ้นการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในอนาคต
  3. การเล่นคือการสื่อสาร ในเด็กที่ยังพูดไม่เก่ง “การเล่น” คือภาษาที่เขาใช้ถ่ายทอดความรู้สึก หากพ่อแม่ร่วมเล่นด้วย เด็กจะรู้สึกว่า “พ่อแม่เข้าใจฉัน” ช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่มั่นคง
  4. นอกจากนี้ การเล่นยังสร้างใจแกร่ง ทำให้เด็กเรียนรู้การรอคอย การแพ้–ชนะ การยอมรับกติกา และการจัดการอารมณ์
  5. การเล่นอย่างมีอารมณ์ขันเป็นเกราะป้องกันความเครียดและภาวะวิตกกังวลในอนาคต

แล้วจะเล่นอย่างไร? มาฝึกทักษะการเป็น “Playful Parents” ผ่านแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้

  • อยู่กับลูกอย่างตั้งใจ ปิดโทรศัพท์ วางงาน ใช้เวลาเล่นกับลูกอย่างเต็มที่ เพียงวันละ 10–15 นาที ก็เพียงพอที่จะสร้างความผูกพันทางใจ
  • ให้ลูกเป็นผู้นำการเล่น พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องกำหนดทุกอย่าง ปล่อยให้ลูกได้ริเริ่มและแสดงออกในแบบของตนเอง
  • พูดกับลูกด้วยภาษาบวก เช่น “แม่เห็นหนูตั้งใจมากเลยนะ” เพื่อเสริมแรงและสร้างความภูมิใจในตนเอง
  • ใช้เสียงหัวเราะเชื่อมใจ การหัวเราะร่วมกันช่วยลดความเครียด และเป็นตัวอย่างการจัดการอารมณ์เชิงบวกให้เด็กเห็น
  • ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่จริงใจ เด็กไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่เก่งที่สุด แต่ต้องการพ่อแม่ที่ “อยู่ตรงนั้น” และยินดีเล่นด้วยอย่างเข้าใจ

ทั้งนี้ เด็กจะรู้สึกว่าตนเอง “มีค่าและมีคนอยู่ข้างๆ” เมื่อผู้ใหญ่ให้เวลาและเล่นด้วยอย่างตั้งใจ ลองสละเวลาวันละไม่กี่นาทีมาเล่นกับลูกอย่างตั้งใจ เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่ดีให้กับพวกเขา เปลี่ยนเวลาเล่นให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขร่วมกัน

ที่มา: กรมสุขภาพจิต