back to top

ดูแลสุขภาพตาสม่ำเสมอ ป้องกันการสูญเสียการมองเห็นจากโรคต้อหิน

โรคต้อหินยังคงเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียการมองเห็นเป็นอันดับต้นๆ รองจากต้อกระจก การตรวจพบปัญหาสายตาตั้งแต่ระยะเริ่มแรกสามารถช่วยป้องกันปัญหาร้ายแรง เช่น การสูญเสียการมองเห็น หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรคต้อหิน การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำยังช่วยให้ตรวจพบสัญญาณของโรคทางระบบต่างๆ ได้ เช่น โรคเบาหวานและความดันสูง เป็นต้น

ทำอย่างไรไม่ให้สูญเสียการมองเห็น

นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า ปัจจุบันโรคต้อหินยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด และการสูญเสียการมองเห็นที่เกิดจากความก้าวหน้าของโรคนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

อย่างไรก็ตาม ยาและการผ่าตัดสามารถช่วยชะลอหรือหยุดยั้งการเสื่อมของการมองเห็นได้ เนื่องจากโรคต้อหินมุมเปิดเป็นโรคเรื้อรัง การเฝ้าระวังตลอดชีวิตจึงเป็นสิ่งจำเป็นและมีประสิทธิภาพสูง การวินิจฉัยโรคแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องสายตา

พญ.สุพัตรา จามรสุวรรณ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กล่าวเพิ่มว่า ต้อหิน (Glaucoma) เป็นหนึ่งในโรคตาที่อันตรายและเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม สาเหตุหลักคือความดันในลูกตาสูงขึ้น ทำให้เส้นประสาทตาถูกทำลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวในระยะเริ่มแรก เนื่องจากไม่มีอาการเจ็บปวดหรือผิดปกติชัดเจน แต่สายตาจะค่อยๆ แคบลง จนกว่าจะรู้ตัวก็อาจสายเกินไป

ดังนั้น การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก การเข้าใจถึงการดำเนินของโรคนั้นช่วยให้สามารถเฝ้าระวังและรักษาอาการของโรคได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ทั้งนี้ มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับต้อหินที่พบได้บ่อยดังนี้:

  1. โรคต้อหินไม่ได้มีหินอยู่ในตาจริง แต่เป็นการที่ความดันลูกตาสูงจนตาแข็งเหมือนหิน
  2. โรคต้อหินไม่จำเป็นต้องมีอาการปวดตาเท่านั้น ส่วนมากไม่มีอาการอะไรเลย จนกระทั่งมีอาการตามัวลงในระยะท้ายของโรค ถ้าไม่รักษาจะทำให้ตาบอดถาวรได้
  3. การใช้มือถือเป็นเวลานานๆ ไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้เป็นต้อหิน แต่ควรระวังเรื่องตาแห้งและตาล้าจากการใช้มือถือ

เพื่อป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที ควรตรวจตาอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง การตรวจตาอย่างสม่ำเสมออาจพบโรคเรื้อรังทางร่างกายซ่อนอยู่ ซึ่งอาจส่งผลให้สูญเสียการมองเห็น หากมีอาการทางตา เช่น ปวดตา ปวดศีรษะบ่อยๆ ตามัว ตาแดง เห็นภาพซ้อน น้ำตาไหล ตาแฉะ ควรตรวจตาอย่างละเอียดเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งบ่อยครั้งพบว่าผู้ป่วยเป็นต้อหินซ่อนอยู่