อาการเตือนที่ห้ามละเลย
• เจ็บหน้าอก / จุกแน่นกลางอก
• เจ็บร้าวไปหัวไหล่ซ้าย แขน หรือกราม
• ใจสั่น / เหงื่อแตก
• เป็นลม หมดสติ
นาทีชีวิต! สิ่งที่ต้องทำ
(หากหัวใจขาดเลือดจนหยุดทำงาน ผู้ป่วยอาจหมดสติและเสียชีวิตได้)
• หากผู้ป่วยหมดสติ รีบทำการปั๊มหัวใจ และใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED)
• โทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที
ข้อมูลจาก World Heart Federation ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก โดยในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดถึง 20.5 ล้านคน และ 1 ใน 5 เป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่สามารถป้องกันได้
จากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 2.6 แสนคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี
มีคำแนะนำในการป้องกันจากกรมควบคุมโรค โดยระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ระดับไขมันในเลือดสูง ภาวะอ้วนและน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารรสหวานจัด มันจัด เค็มจัด รวมถึงมลพิษทางอากาศ
ดังนั้น โรคหัวใจและหลอดเลือดสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก ควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรองหรือตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรค
ทั้งนี้ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ถึง 80% จึงควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน หรือสะสมให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพตามหลัก 2:1:1 คือ ผัก 2 ส่วน ข้าว 1 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด มันจัด เค็มจัด ทำจิตใจให้ผ่องใส ไม่เครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7–9 ชั่วโมงต่อวัน ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยมีค่า BMI 18.5–22.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นควัน ควบคุมค่าความดันโลหิตให้น้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท ระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และระดับไขมันในเลือดไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

