สถานการณ์วิกฤติพลังงานและเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อค่าครองชีพและการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้คนจำนวนมากวิตกกังวล และมีความเครียดจากวิกฤติด้านพลังงานและเศรษฐกิจ ประชาชนจำเป็นต้องดูแลทั้งด้านค่าใช้จ่ายและความมั่นคงทางจิตใจควบคู่กัน
โดยตั้งสติไม่ตื่นตระหนก กลับมาวางแผนชีวิตใหม่ ทั้งการประหยัดพลังงาน วางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้น้ำมัน และวางแผนค่าใช้จ่ายโดยมุ่งเน้นสิ่งจำเป็น จัดทำบัญชีรายรับ–รายจ่าย และสำรองเงินฉุกเฉินตามความเหมาะสม
ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลจิตใจด้วย โดยไม่เสพข่าวซ้ำๆ และแยกแยะสิ่งที่สามารถควบคุมได้ เช่น การใช้พลังงานและการวางแผนการเงิน ออกจากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ราคาพลังงานโลก เพื่อลดความเครียดสะสม
นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต แนะนำแนวคิด “วัคซีนใจ” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้เข้มแข็งใน 4 ด้าน ได้แก่
- SAFE การสร้างความมั่นคงและความอุ่นใจในชีวิต เช่น การทำบัญชีรายรับ–รายจ่าย วางแผนลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันในครอบครัวหรือชุมชน
- CALM การดูแลจิตใจให้สงบ โดยคัดกรองการรับข่าวสาร จำกัดเวลาเสพข่าว หยุดพักและตั้งสติก่อนตอบสนองต่อสถานการณ์ รวมถึงสร้างพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนในชุมชน
- HOPE การปรับมุมมองและเติมความหวัง ด้วยการมุ่งเน้นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ มองหาโอกาสในสถานการณ์ และระลึกถึงประสบการณ์ที่เคยผ่านพ้นวิกฤติในอดีต เพื่อเสริมความเชื่อมั่น
- CARE การส่งต่อความห่วงใยในสังคม ผ่านการดูแลคนรอบข้าง แบ่งปันทรัพยากร และไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ควบคู่กับการใช้ศักยภาพของตนเองและเครือข่ายชุมชนในการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์และส่งต่อกำลังใจ
หากพบสัญญาณเตือน เช่น นอนไม่หลับ วิตกกังวลต่อเนื่อง หรือมีความเครียดสะสม ควรหยุดพักและขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่าน LINE 1323 โดยเพิ่มเพื่อนได้ที่ @1323middle.east รวมถึงสามารถศึกษาความรู้และข้อมูลด้านสุขภาพจิตเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.สุขภาพจิต.com
