งานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กและจิตวิทยาครอบครัวทั่วโลกชี้ตรงกันว่า การเลี้ยงดูผ่านการเล่นมีผลโดยตรงต่อสมองและสุขภาพจิตของเด็กในระยะยาว ดังนั้นการเล่นไม่ใช่แค่เรื่องสนุก แต่คือหัวใจสำคัญของพัฒนาการหลักในด้านต่างๆ ดังนี้
- ทำให้สมองส่วนหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ช่วยฝึกสมาธิ การคิดวางแผน และการควบคุมอารมณ์
- การเล่นที่มีการเคลื่อนไหว (ปีนป่าย วิ่ง) หรือเล่นของเล่นเสริมพัฒนาการ ช่วยกระตุ้นการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในอนาคต
- การเล่นคือการสื่อสาร ในเด็กที่ยังพูดไม่เก่ง “การเล่น” คือภาษาที่เขาใช้ถ่ายทอดความรู้สึก หากพ่อแม่ร่วมเล่นด้วย เด็กจะรู้สึกว่า “พ่อแม่เข้าใจฉัน” ช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่มั่นคง
- นอกจากนี้ การเล่นยังสร้างใจแกร่ง ทำให้เด็กเรียนรู้การรอคอย การแพ้–ชนะ การยอมรับกติกา และการจัดการอารมณ์
- การเล่นอย่างมีอารมณ์ขันเป็นเกราะป้องกันความเครียดและภาวะวิตกกังวลในอนาคต
แล้วจะเล่นอย่างไร? มาฝึกทักษะการเป็น “Playful Parents” ผ่านแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้
- อยู่กับลูกอย่างตั้งใจ ปิดโทรศัพท์ วางงาน ใช้เวลาเล่นกับลูกอย่างเต็มที่ เพียงวันละ 10–15 นาที ก็เพียงพอที่จะสร้างความผูกพันทางใจ
- ให้ลูกเป็นผู้นำการเล่น พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องกำหนดทุกอย่าง ปล่อยให้ลูกได้ริเริ่มและแสดงออกในแบบของตนเอง
- พูดกับลูกด้วยภาษาบวก เช่น “แม่เห็นหนูตั้งใจมากเลยนะ” เพื่อเสริมแรงและสร้างความภูมิใจในตนเอง
- ใช้เสียงหัวเราะเชื่อมใจ การหัวเราะร่วมกันช่วยลดความเครียด และเป็นตัวอย่างการจัดการอารมณ์เชิงบวกให้เด็กเห็น
- ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่จริงใจ เด็กไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่เก่งที่สุด แต่ต้องการพ่อแม่ที่ “อยู่ตรงนั้น” และยินดีเล่นด้วยอย่างเข้าใจ
ทั้งนี้ เด็กจะรู้สึกว่าตนเอง “มีค่าและมีคนอยู่ข้างๆ” เมื่อผู้ใหญ่ให้เวลาและเล่นด้วยอย่างตั้งใจ ลองสละเวลาวันละไม่กี่นาทีมาเล่นกับลูกอย่างตั้งใจ เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่ดีให้กับพวกเขา เปลี่ยนเวลาเล่นให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขร่วมกัน
ที่มา: กรมสุขภาพจิต
