back to top

ในความหมาย ณ บ้านสีขาวแห่งหนึ่งของ “มณเฑียร บุญมา”

ในย่านงามวงศ์วาน มีบ้านสีขาวหลังเก่าหลังหนึ่งซ่อนตัวอยู่ ที่นี่เคยเป็นสตูดิโอของ “มณเฑียร บุญมา” ศิลปินเอกอุทำงานศิลปะเกือบตลอดช่วงชีวิตก่อนที่เขาจากไปในปี 2543 

แม้วันวานจะผ่านมาแล้วนับสิบปี แต่แนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์ของอาจารย์มณเฑียรยังถูกสืบทอดมาถึงทุกวันนี้ และบ้านสีขาวของเขาก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างดี ไม่ได้เป็นอื่น แต่กลายเป็น Montien Atelier” สถานที่จัดแสดง Archive หรือคลังแห่งองค์ความรู้ของมณเฑียร ซึ่งมีเอกสารสำคัญรวบรวมไว้ที่นี่ ทั้งร่างผลงานบางส่วน ศิลปะวัตถุองค์ประกอบในการแสดงงานศิลปะของมณเฑียร สมุดบันทึก ภาพถ่าย ที่มีนักศึกษาแวะเวียนมาไม่ขาดเพื่อสัมผัสความเป็นตัวตนของอาจารย์มณเฑียรก่อนจะผลิตชิ้นงานที่มีความหมาย

แบงค์ จุมพงษ์ บุญมา ทำหน้าที่ดูแลสถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงในฐานะบุตร แต่เขาบอกตัวเองว่าอยู่ในฐานะคนที่ชื่นชอบอาจารย์มณเฑียรในฐานะศิลปินคนหนึ่งไม่ใช่เพียงความเป็น “พ่อ” แม้แบงค์จะได้อยู่กับอาจารย์จนถึงอายุแค่ 11 ปีก่อนอาจารย์จะจากไป แต่ก็ได้ซึมซับอะไรบางอย่างโดยไม่รู้ตัว เขาค่อยๆ ค้นพบว่าตัวเองชอบวาดรูป และเส้นทางศิลปะก็เหมาะกับเขา

จุมพงษ์ บุญมา

แบงค์ยอมรับว่า ในช่วงแรกเขายังไม่เข้าใจความเป็น “มณเฑียร” อย่างแท้จริง จนกระทั่งได้เรียนที่คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาเข้าใจ “สื่อผสม” และสนุกกับการใช้ความคิด ตีความหมาย และสนุกกับการใช้วัสดุเล่าเรื่องราว และเข้าใจมากขึ้นไปอีกเมื่อได้มารีโนเวทบ้านสีขาวแห่งนี้เมื่อ 7-8 ปีก่อน เพื่อให้เป็น Estate of Montien อย่างสมบูรณ์แบบให้นักศึกษา และคนทั่วที่สนใจมาเยี่ยมชมได้ทุกเมื่อ 

อย่างไรก็ตาม เอกสารและ Archive จำนวนมากยังคงกระจัดกระจาย และบางส่วนเริ่มทรุดโทรม การอนุรักษ์อย่างจริงจังจึงกลายเป็นเรื่องจำเป็น นำไปสู่การจัดงาน “ราวกับว่ามณเฑียรยังอยู่” As if he were here เมื่อ 26 เมษายน 2569  Bangkok Kunsthalle

ภายในงาน นอกจากเป็นวันแห่งการรำลึกถึงอาจารย์มณเฑียร ยังมีเป้าหมายในการระดมทุน และการเริ่มต้นการอนุรักษ์ มีทั้งอาจารย์สมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์, ดร.กฤติยา กาวีวงศ์, รองศาสตราจารย์กิตติ มาลีพันธุ์ และอาจารย์ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ คนทำงานศิลปะรุ่นใหม่อย่าง ดร.วิภาช ภูริชานนท์, ดร.ชานน (เคนจิ) แพร่พิพัฒน์มงคล มาร่วมกันพูดถึงอาจารย์มณเฑียรในแง่มุมของผู้คุ้นเคยและผู้มองตามหลัง

สไบแพร มุกดาประกร Managing Director ของ Estate of Montien บอกถึงความตั้งใจของการ Talk ครั้งนี้ว่า ต้องการให้อาจารย์มณเฑียรเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อๆ ไปไม่ว่าจะเป็น Gen X Y หรือ Z เราต้องระดมทุน เพื่อนำมาซ่อมศิลปะของอาจารย์ให้คงอยู่ ให้สามารถเล่าเรื่องให้คนรุ่นต่อไปได้ ทั้งจำเป็นต้องขยายพื้นที่เก็บผลงานอย่างเป็นระบบจากเดิมอยู่ที่บ้านเก่าสีขาวของอาจารย์

“อาจารย์มณเฑียรมีความคิดแตกต่าง นำสมัย และไม่ติดกรอบ นำวัสดุนานาแปลกๆใหม่ๆมาถ่ายทอดผลงานใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง มีความหมาย จึงต้องการให้อาจารย์ส่งต่อ inspire ให้คนรุ่นต่อๆไป” 

สไบแพร มุกดาประกร

“ราวกับว่ามณเฑียรยังอยู่” ผู้ทำงานศิลปะน้อยใหญ่ต่างแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความเป็น “มณเฑียร” และต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาเป็นผู้เปลี่ยนแปลงคนสำคัญของวงการประติมากรรมสื่อผสมของประเทศไทยแห่งยุค

ด้วยความคิด ประสบการณ์ที่ได้ร่ำเรียน และใช้ชีวิตในแวดวงศิลปะในหลายประเทศ ทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมัน ทำให้ผลงานของเขาผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกได้อย่างกลมกลืน ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม ศิลปะจัดวาง ที่ใช้วัสดุที่หาได้จากธรรมชาติ อาทิ ขี้เถ้า ฟางข้าว และเศษวัสดุเหลือใช้มาทำงานศิลปะ และยังต่อยอดความคิดจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนแนวความคิดเกี่ยวกับการรุกคืบของอุตสาหกรรมจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ทำให้งานศิลปะของเขาก้าวไปกับยุคสมัย 

เมื่อมาถึงจุดหักเหของชีวิตอาจารย์มณเฑียรภายหลังภรรยาป่วยด้วยโรคมะเร็ง “พุทธศาสนา” จึงเข้ามามีบทบาทต่อผลงาน สภาวะความเครียด และแรงกดดันต่อชีวิตได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านงานศิลป์ เป็นกระบวนการเยียวยาจิตใจ และนำพาเขาให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เฉกเช่นอาจารย์มณเฑียรคนเดิมก่อนจะรังสรรค์สิ่งใดแม้ในทางศิลปะที่หลายคนมองว่าปล่อยไหลด้วยความรู้สึกที่พาไป แต่สำหรับอาจารย์มณเฑียรไม่ได้เป็นเช่นนั้น เขาคือ “นักวิจัย” ที่ไม่ลดละ ก่อนสร้างผลงานได้ศึกษาพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งในทางปรัชญาและทางศิลปกรรมจึงเป็นศิลปินที่ผสมผสานแนวทางศิลปะแบบ Conceptual Art” ของตะวันตกเข้ากับปรัชญาตะวันออกและพุทธศาสนาได้เป็นหนึ่งเดียว

บันทึกแนวทางการค้นคว้าในสมุดสเก็ตช์ชิ้นงาน ภาพร่างกระบวนการพัฒนา ภาพถ่ายโบราณสถาน เอกสารบันทึกแนวคิดและการค้นคว้าของเขา สร้างศรัทธาอาจารย์มณเฑียรให้กับคนทำงานศิลปะผู้มาทีหลังยุค

ข้อเขียนขอบคุณจาก พิพิธภัณฑ์วัดพระรูป จังหวัดสุพรรณบุรี ที่จัดนิทรรศการเมื่อเดือนมกราคม 2569 ซึ่งได้นำเอกสารการจดบันทึก ภาพถ่ายเก่า และแบบร่างผลงานอาจารย์มณเฑียรไปจัดแสดง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างที่อาจารย์กำลังศึกษาถึงองค์ประกอบในส่วนต่างๆ ของสถูป-เจดีย์ในโบราณสถาน เพื่อพัฒนาผลงานชุดสำคัญอย่าง Stupa Series และ Pagoda Series ได้ระบุไว้ว่า “กระบวนการศึกษาของมณเฑียรได้เข้ามาเป็นสะพานอันสำคัญ ที่เชื่อมโยงศิลปกรรมโบราณ ศาสนสถาน และงานศิลปะร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน และยังสะท้อนให้เห็นถึง การเชื่อมโยงระหว่างศิลปะสองยุคสมัยที่ต่างก็เป็นรากฐาน และเป็นข้อสังเกตระหว่างกันและกันตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน”

สุขสันต์ วันเกิด คุณพ่อ (อ. มณเฑียร บุญมา) ครบรอบ 73 ปี ครับ
ขอให้คุณพ่อมีความสุขมากๆในพื้นที่ห่างไกลนั้น เเละสามารถทำงานศิลปะที่คุณพ่อชอบได้ตลอดไปนะครับ
ในช่วงหลายปีมานี้ คนได้เห็นเเละได้รับรู้ชื่นชมผลงานคุณพ่อมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดีนะครับรู้สึกดีใจ ที่คนยังให้ความสนใจงานคุณพ่อเสมอ ผมดีใจเเทนคุณพ่อมากเลย”  
ผมคิดถึงเเละรักคุณพ่อเสมอครับ 
จุมพงษ์ บุญมา (เเบงค์)

จดหมายที่แบงค์โพสต์ถึงพ่อเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในวัย 73 ปีหากอาจารย์ยังอยู่ ทำให้เห็นว่าแนวคิดและผลงานของอาจารย์ไม่ได้ตายจากไปด้วย ความศรัทธาในศิลปินท่านนี้ไม่เคยจางหาย เพราะเขาไม่ได้เสนอให้ผู้คนเสพแต่ผลงานสวยงามอันเป็นผลลัพธ์ แต่ฝากแนวคิดชัดเจนที่อยู่เบื้องหลัง เขาเห็นคุณค่าของสรรพสิ่งจากการใช้วัสดุไร้ค่านานาชนิดเล่าเรื่อง ปรากฏเป็นประติมากรรมสื่อผสม และศิลปะการจัดวางที่ให้ความหมายลึกซึ้ง  

นอกจากนี้ยังอุทิศตนเพื่อการสอนนักศึกษาตามแนวทางใหม่ๆ และสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมทางศิลปะที่เชื่อมโยงกับชุมชน เช่น “เทศกาลเชียงใหม่จัดวางสังคม” ที่นำศิลปะมาแสดงในพื้นที่สาธารณะของเชียงใหม่ในช่วงปี 2535-2538 กลายเป็นการริเริ่มใหม่ในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย

จดหมายจากลูกที่เขียนถึงพ่อในวันเกิด 25 กุมภาพันธ์ของทุกปี รวมไปถึงการจัด Talk อย่างกลมกลืนถึงอาจารย์มณเฑียรเป็นประจำโดยเพื่อน ลูกศิษย์ที่ได้เรียนและเป็นลูกศิษย์ที่มาทีหลัง รวมถึงครอบครัว คงพอจะบอกได้ว่า เพราะเหตุใด เอกสาร สมุดสเก็ตช์ชิ้นงาน บันทึกแนวคิดมากมายของอาจารย์จึงถูกให้คุณค่าอย่างงานศิลปะชิ้นเอก และมีชีวิตชีวาตลอดมา 26 ปี มีการจัดเรียง สืบต่อ และถ่ายทอดโดยไม่หวั่นไหวต่อการเปลี่ยนแปลง

…จดหมายของแบงค์ถึงพ่อจะส่งให้อาจารย์ “มณเฑียร บุญมา” ต่อๆ ไป พร้อมกับการส่งต่อมรดกทางความคิดที่ให้ผู้ทำงานศิลปะรุ่นถัดมาค้นหาความหมายแห่งชีวิตทั้งต่อตัวเองและต่อสรรพสิ่งแบบที่มณเฑียรกรุยทางไว้นิรันดร์ 

ภาพประกอบ : Montien Atelier เพจรวบรวมผลงาน/รูปภาพ/ความทรงจำ ของอ.มณเฑียร บุญมา โดยทายาท เเละ Estate of Montien Boonma