เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Yersinia pestis มีระยะฟักตัวขึ้นกับประเภทของการติดเชื้อ ส่วนใหญ่เริ่มแสดงอาหารหลังได้รับเชื้อ 1-7 วัน และมีความรุนแรงสูง ส่วนใหญ่แพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านฝอยละอองทางเดินหายใจ มักเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง
ทั่วไปการแพร่กระจายเชื้อมาสู่คน มีหลายช่องทาง ดังนี้ 1.จากการถูกหมัดหนูที่ติดเชื้อกัด 2.จากการสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อ 3.จากการสัมผัสตัวอย่างเชื้อในห้องปฏิบัติการ 4.สูดดมเอาละอองฝอยที่มีเชื้อ
อาการแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง มีอาการไข้ ปวดศรีษะ หนาวสั่น อ่อนเพลีย ต่อมน้ำเหลืองบวม ปกติแล้วโรคนี้เกิดจากการถูกหมัดที่ติดเชื้อกัด แบคทีเรียเพิ่มจำนวนในต่อมน้ำเหลือง หากไม่ได้รับการรักษาอาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น 2.กาฬโรคชนิดติดเชื้อในกระแสเลือด มีอาการไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลียรุนแรง ปวดท้อง ช็อก เลือดออกที่ผิวหนัง ผิวหนังและเนื้อเยื่อเปลี่ยนเป็นสีดำ และตาย โดยเฉพาะที่นิ้วมือ นิ้วเท้าและจมูก 3.กาฬโรคปอด รุนแรงที่สุด แพร่กระจายจากคนสู่คน มีอาการไข้ ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย ภาวะปอดอักเสบ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอ และมีเสมหะปนเลือดหรือเป็นน้ำ สำหรับการรักษา สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะแต่ต้องให้การรักษาอย่างรวดเร็ว
ส่วนการป้องกัน
-กำจัดแหล่งหลบซ้อนหนู โดยกำจัดขยะ เศษอาหาร กองไม้ และสิ่งของที่เป็นแหล่งหลบซ้อน
-หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ฟันแทะ ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่ หรือเป็นซากสัตว์
-ระวังถูกหมัดกัด ให้ดูแลสัตว์เลี้ยง
- -ผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หากมีไข้ ไอ หายใจลำบาก ปอดอักเสบ ควรพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินทาง
ทั้งนี้ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โรคนี้จึงอยู่ภายใต้มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคที่เข้มงวด สถานการณ์ล่าสุดความเสี่ยงการนำเข้าสู่ประเทศไทย อยู่ใน “ระดับต่ำ” ยังไม่พบรายงานการระบาดของโรค

ตามประวัติการพบการระบาดของโรคกาฬโรคครั้งแรกในประเทศไทยมาก่อนแล้ว โดยพบผู้เสียชีวิตที่น่าสงสัยจะเป็นกาฬโรคบริเวณที่อยู่ของพ่อค้าชาวอินเดียทางฝั่งธนบุรี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2447 สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากหนูที่มีเชื้อกาฬโรคติดมากับเรือสินค้าที่มาจากเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดียซึ่งเป็นแหล่งที่เกิดการระบาดของกาฬโรค หลังจากนั้นโรคก็แพร่ระบาดออกไปหลายท้องที่ของฝั่งธนบุรี และข้ามมาระบาดในฝั่งพระนครอีกหลายท้องที่ รวมถึงรอบนอกของพระนคร มีการเกิดโรคในฝั่ง พระนครและธนบุรีติดต่อกัน 2 ปี จากนั้นก็ระบาดไปตามจังหวัดต่างๆ ที่มีการค้าขายติดต่อกัน ทั้งทางบก ทางเรือ และทางรถไฟ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางตลาดใหญ่ๆมีการค้าขายมาก และมีรายงานการเกิดกาฬโรคอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี พ.ศ. 2495 จากนั้นไม่มีรายงานการเกิดกาฬโรคในประเทศไทยจนกระทั่งปัจจุบัน
ข้อมูล : กรมควบคุมโรค ,สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย
