back to top

คู่มือประชาชน: รับมือภัยพิบัติอย่างมีสติและปลอดภัย

ภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หรืออาจรุนแรงเกินกว่าที่เราคิด นอกจากระบบเตือนภัยและการประเมินสถานการณ์ที่ต้องได้รับการยกเครื่องครั้งใหญ่แล้ว หลังจากเหตุการณ์ใหญ่ครั้งนี้ ประชาชนอย่างเราต้องมีการเตรียมพร้อม เตรียมตัว มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมถุงยังชีพ การรู้เส้นทางอพยพ หรือการทำความเข้าใจขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริง ความรู้พื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างมีสติ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอดในช่วงเวลาที่คับขัน 

ดังนั้นเรามาเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินกันไว้ “คู่มือประชาชนในการเตรียมตัวให้รอดปลอดภัยพิบัติ” ซึ่งจัดทำโดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยแพร่ตั้งแต่ปี 2550 แต่หลักการคงใช้ได้เสมอ โดยมีคำแนะนำ ดังนี้ 

1. เตรียมสิ่งของที่จำเป็นไว้ ในยามฉุกเฉิน เช่น เครื่องอุปโภคบริโภค อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค ไฟฉาย เป็นต้น 

2. เรียนรู้หลักปฏิบัติในการรับมือภัยพิบัติ โดยศึกษาลักษณะข้อควรปฏิบัติ ข้อควรหลีกเลี่ยงของภัยพิบัติแต่ละประเภท วิธีป้องกัน แก้ไข การปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ การช่วยเหลือ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น วิธีใช้งานอุปกรณ์ดับเพลิง การเปิด-ปิดระบบไฟฟ้า ประปา และอุปกรณ์ถังก๊าซ

3. จดจำหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานสำคัญ โดยเฉพาะหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สถานีตำรวจ สถานีดับเพลิง โรงพยาบาล สำหรับติดต่อแจ้งเหตุและประสานขอความช่วยเหลือ 

4. หมั่นติดตามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันภัยทั้งสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน สถานการณ์น้ำ ระดับการขึ้น-ลงของน้ำในแม่น้ำ ระดับน้ำทะเลหนุน เพื่อให้สามารถคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ภัย และเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ทันท่วงที

5. การตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพปลอดภัย มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรง ไม่ต่อเติมอาคาร จัดวางสิ่งของให้เป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางเดิน ไม่จัดเก็บสิ่งของในบริเวณที่เสี่ยงต่อการล้มทับ หรือตกหล่น ตัดแต่งกิ่งไม้ และโค่นต้นไม้ที่เสี่ยงต่อการล้มทับ รวมถึงติดตั้งถังดับเพลิงเคมีไว้ในจุดที่หยิบใช้งานสะดวก

6. วางแผนเส้นทางการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยเรียนรู้ จดจำเส้นทางหนีภัย จุดนัดพบที่ปลอดภัยไว้ หลายแห่ง ในทุกทิศทาง ทั้งระยะใกล้และระยะไกล รวมถึงวางแผนการอพยพหนีภัยกรณีอาศัยอยู่ในชุมชนเสี่ยงภัย ควรร่วมการฝึกซ้อมอพยพหนีภัยอยู่เสมอ เมื่อเกิดภัยพิบัติจะได้ปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย

สำหรับการปฏิบัติตนขณะเกิดภัย ให้ติดตามข้อมูลสถานการณ์ ตรวจสอบพยากรณ์อากาศเพื่อประเมินสถานการณ์ภัย และตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง พร้อมปฏิบัติตามประกาศเตือนภัย และคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด กรณีสถานการณ์รุนแรง และมีประกาศเตือนภัยให้อพยพ ควรรีบออกจากพื้นที่ไปตามเส้นทางที่ปลอดภัยในทันทีโดยให้ความช่วยเหลือเด็กและคนชราก่อน

การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุจะทำให้เรารับมือกับเหตุการณ์ได้ดีขึ้น ดังนั้นให้ทุกคนเรียนรู้สัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติก่อนเกิดภัยพิบัติไว้ เพื่อสามารถเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ทันท่วงที และปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัยเมื่อเกิดสถานการณ์

สำหรับสัญญาณเตือนกรณีอุทกภัย : จะเกิดจากฝนตกหนัก และระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง,ดินถล่ม : น้ำจะเป็นสีขุ่นและเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับสีดินภูเขา, สึนามิ : น้ำทะเลลดระดับลงอย่างรวดเร็วหลังเกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงใต้มหาสมุทร, พายุฤดูร้อน : อากาศร้อนอบอ้าว และเมฆก่อตัวอย่างรวดเร็ว

โดยผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยควรบันทึกชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์สมาชิกในครอบครัว สำหรับใช้ติดต่อในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หากมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุควรให้เขียนชื่อนามสกุลที่อยู่ของผู้ดูแล ญาติและสมาชิกในครอบครัวไว้ในกระเป๋าเสื้อ เพื่อใช้ติดต่อกรณีได้รับบาดเจ็บ พลัดหลงขณะอพยพ หรืออาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าแม้การติดต่อสื่อสารจะทำได้ง่ายในยุคสมัยนี้ ทุกอย่างบันทึกไว้ในโทรศัพท์ แต่คิดเผื่อกรณีไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แบตเตอรี่หมด และไฟฟ้าดับ อย่างเช่นอุทกภัยหาดใหญ่ เป็นต้น

ที่ขาดไม่ได้เลยคือ “ถุงยังชีพฉุกเฉิน” พร้อมไว้เมื่อภัยมา หลายคนอาจจะยังไม่เคยเป็นผู้ประสบเหตุแต่ไม่มีอะไรแน่นอนในวันที่ โลกแปรปรวน แบบนี้ เพราะภัยพิบัติจะเกิดได้บ่อยครั้งและเกิดได้ทุกที่ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติ และจากน้ำมือมนุษย์ ดังนั้นถุงยังชีพจะเป็นสิ่งจำเป็นในวันหนึ่ง เราสู้เตรียมพร้อมไว้ไม่ดีกว่าหรือ อาจจะถูกวางทิ้งไว้เป็นปี แต่หากเราเตรียมพร้อมที่จะมี ณ จุดที่ง่ายต่อการหยิบจับเมื่อถึงเวลาฉุกเฉิน และวันหนึ่งได้ใช้ ทำให้เรารอดหรือหลายๆ คนรอดไปกับเราย่อมคุ้มค่าไม่ใช่หรือ

ถุงยังชีพเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย โดยให้เตรียมอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นในถุงยังชีพ ประกอบด้วย 

1. เครื่องอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง น้ำดื่มสะอาดบรรจุขวด ยารักษาโรคที่สามารถใช้ได้อย่างน้อย 3-4 วัน 

2. ของใช้ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในระยะแรก เช่น ไฟฉายพร้อมถ่านแบบกันน้ำ วิทยุพร้อมถ่านสำรอง (เมื่อเกิดภัยพิบัติอุปกรณ์ที่ต้องชาร์จด้วยไฟฟ้าอาจใช้การไม่ได้) ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น นกหวีด เทียนไข เชือก ถุงพลาสติกสีดำ กระดาษชำระ ด่างทับทิม สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน เสื้อผ้าสำรอง เป็นต้น 

3. เอกสารสำคัญต่างๆ ให้เก็บไว้ในถุงพลาสติกกันน้ำ ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต พร้อมถ่ายสำเนาไว้ รวมถึงภาพถ่ายของคนในครอบครัว เป็นต้น

สำหรับทรัพย์สินที่มีค่าอื่นๆ ก็ควรรวบรวมให้อยู่เป็นที่เป็นทางรวมกัน เพื่อให้ง่ายต่อการนำติดตัวไปเมื่อต้องอพยพฉุกเฉิน ทั้งนี้ทรัพย์สินมีค่าของหลายคนอาจไม่เหมือนกัน ก็ขอให้ดูว่าช่วงฉุกเฉิน สิ่งใดที่จำเป็นจริงๆ ต่อชีวิตของเรา ส่วนทรัพย์สินมีค่าทางใจต่างๆ นานา เช่น เฟอร์นิเจอร์ตัวโปรด ก็อาจไร้ค่าความหมายในช่วงที่ต้องเอาชีวิตรอด

ทั้งนี้ถุงยังชีพควรเป็นกระเป๋าที่มีน้ำหนักเบาพกพาสะดวก จัดเก็บไว้ในที่ที่สามารถหยิบใช้งานได้ง่าย หมั่นตรวจสอบและเปลี่ยนสิ่งของบรรจุเพื่อป้องกันหมดอายุ และเน่าเสีย เพื่อให้ทุกสิ่งในถุงยังชีพสามารถนำมาใช้งานได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน