ปัจจุบันเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอเพียง 20.7% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประชากรทุกกลุ่มวัย สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเด็กยุคนี้ยังเคลื่อนไหวน้อยเกินไป และอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว
ถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนพฤติกรรม กรมอนามัยจึงชวนวัยเรียนและวัยรุ่นอายุ 5–17 ปี มาอัปเกรดความฟิตของตัวเอง ด้วยการสะสมเวลาขยับร่างกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 60 นาที ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมแอโรบิกที่ช่วยให้หัวใจเต้นแรง เช่น การเดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก เต้นตามคลิป หรือเล่นกีฬาอย่างฟุตบอล บาสเกตบอล และแบดมินตัน ซึ่งล้วนช่วยเสริมความแข็งแรงของหัวใจ ปอด และระบบไหลเวียนโลหิต
นอกจากนี้ ควรเสริมกิจกรรมที่ช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน เช่น วิดพื้น ซิทอัพ สควอต โหนบาร์ ปีนป่าย หรือการเล่นเครื่องเล่นสนาม เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อผ่านการยืดเหยียดกล้ามเนื้อหรือการเล่นโยคะเป็นประจำทุกวัน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายยืดหยุ่น ลดความตึง และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
ขณะเดียวกัน การขยับตัวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ช่วยงานบ้าน เดินเล่นกับเพื่อน หรือการลุกขึ้นขยับร่างกายระหว่างเรียนหรืออ่านหนังสือ ล้วนสามารถสะสมเป็นกิจกรรมทางกายได้ แม้จะไม่ใช่การออกกำลังกายแบบจริงจังก็ตาม เพราะทุกการขยับนับรวมเป็นการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมด
หัวใจสำคัญคือการเน้นความสนุกและความสม่ำเสมอในการเคลื่อนไหว เมื่อร่างกายได้ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ไม่เหนื่อยง่าย รูปร่างสมส่วน บุคลิกภาพดี และผิวพรรณสดใส ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับวัยรุ่นยุคใหม่ได้อย่างเต็มที่
สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะชอบออกกำลังกายแบบไหนหรือเล่นกีฬาชนิดใด การชวนเพื่อนมาขยับร่างกายไปด้วยกันก็เป็นอีกแรงจูงใจสำคัญ เพราะเมื่อเริ่มลงมือทำ ทุกการขยับล้วนมีความหมาย และ “ทุกการขยับนับหมด”
ข้อมูล : กรมอนามัย / ภาพประกอบ : กรุงเทพมหานคร
