การกินอาหารที่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นนอกบ้านหรือในบ้าน ก็เสี่ยงติดโรคได้หากเราไม่ระมัดระวังมากพอ เพราะมีหลายโรคที่สามารถติดต่อทางน้ำลายได้ ประกอบด้วย โรคไข้หวัด ไวรัสตับอักเสบ ไข้กาฬหลังแอ่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคมือเท้าปาก คอตีบ คออักเสบ คางทูม และหูดข้าวสุก
โรคไข้หวัด : ติดต่อกันได้ง่าย เพียงอยู่ใกล้คนเป็นหวัด ยิ่งดื่มน้ำแก้วเดียวกัน หรือใช้หลอดดูดน้ำร่วมกัน ก็สามารถรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
ไวรัสตับอักเสบ : มีหลายสายพันธุ์ โดยชนิดที่ติดต่อทางอาหารและน้ำดื่ม คือ ไวรัสตับอักเสบ A และ E
ไข้กาฬหลังแอ่น : เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีความรุนแรง สามารถติดต่อได้ผ่านการหายใจ ไอ จาม หรือการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ที่เป็นพาหะหรือผู้ป่วย
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ : ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือรา ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง คลื่นไส้อาเจียน ชัก ตาไวต่อแสง และอาจรุนแรงถึงขั้นหูหนวก ตาบอด เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้
โรคมือเท้าปาก : เพียงดื่มน้ำแก้วเดียวกันกับผู้ที่มีเชื้อ หรือไอจามรดใส่กัน ก็สามารถติดเชื้อได้
คอตีบ : แพร่จากคนสู่คนผ่านการไอจาม การใช้สิ่งของร่วมกัน หรือสัมผัสเสมหะของผู้ติดเชื้อ
คออักเสบ : มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสชนิดเอ (Streptococcus group A) ในน้ำลาย หรือปนเปื้อนในน้ำมูกและเสมหะ เมื่อได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจากการใกล้ชิดหรือใช้ของร่วมกัน
คางทูม : เกิดจากเชื้อไวรัส ทำให้ต่อมน้ำลายบริเวณกกหูอักเสบ ส่งผลให้คางบวมโต ติดต่อกันได้จากการไอ จาม หรือการสัมผัสน้ำลาย
หูดข้าวสุก : มีลักษณะเป็นตุ่มเนื้อขนาดเล็ก มักพบตามลำตัว แขน ขา รักแร้ ใบหน้า ดวงตา ขาหนีบ และบริเวณอวัยวะเพศ ติดต่อจากการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ผ้าเช็ดตัว และรองเท้า
ข้อมูล : สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร
