ไข้เลือดออกไม่ว่าจะเป็นในผู้ใหญ่หรือเด็ก ล้วนเป็นอันตรายทั้งสิ้น โดยเฉพาะเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ดังนั้นอย่าปล่อยให้ “ยุงลาย” กลายเป็นภัยใกล้ตัว หากเด็กมีอาการ เช่น ไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ตาแดง มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องมาก ปวดกล้ามเนื้อ หรือถ่ายดำ หากเด็กมีไข้สูง กินยาลดไข้หรือเช็ดตัวแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์ทันที
โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติด “เชื้อไวรัสเดงกี” ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ การระบาดมักเกิดในช่วงฤดูฝน โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค
วิธีป้องกัน
• สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ช่วยปกป้องผิวเด็ก ๆ ได้
• ใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เพื่อป้องกันยุงกัดตลอดทั้งวัน
• นอนในมุ้ง หรืออยู่ในห้องที่มีมุ้งลวดปิดสนิท
• รับวัคซีนโรคไข้เลือดออก เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรค
อย่างไรก็ตาม ไข้เลือดออกมีสาเหตุมาจากยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรค ดังนั้นการป้องกันต้นตอจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและชุมชน ด้วยการปิดฝาภาชนะที่มีน้ำขังให้มิดชิด ไม่ให้ยุงเข้าไปวางไข่ เปลี่ยนน้ำในภาชนะทุกสัปดาห์ และดูแลความสะอาด ปรับสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านให้ปราศจากภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ จาน ชามเก่า ที่วางทิ้งไว้ เป็นต้น

ที่มา: กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
