การบูลลี่ทั้งในและนอกโรงเรียนอาจเป็นเรื่องปกติของวัยเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่เรื่องนี้ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไปจากความรุนแรงของเด็กวัยมัธยมในโรงเรียนที่เกิดถี่ขึ้น แล้วจะเข้าถึงความรู้สึกของเด็กๆ เพื่อสกัดปัญหาความเครียดสะสมไม่ให้ลุกลามบานปลายได้อย่างไร ก็ต้องอาศัยเพื่อนๆของเขาในวัยเดียวกันช่วยกันเป็นหูเป็นตาและดูแล ผลักดันให้เกิดการปลุกปั้นโครงการ ‘รักนะไอ้ต้าว’ นำร่องที่โรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม นนทบุรีก่อนจะขยายออกไป
รักนะไอ้ต้าว’ เป็นโครงการที่ใช้กระบวนการเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Support) ถักทอเครือข่ายให้ดูแลกันในโรงเรียน เพื่อส่งเสริมนักเรียนให้เรียนรู้เท่าทันอารมณ์ รับมือความเครียด การบูลลี่ และการเลือกปฏิบัติ

โครงการนำร่องนี้ดำเนินงานโดยสมาคมสายใยครอบครัว ร่วมกับโรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รู้จักรักและเห็นคุณค่าในตนเอง เข้าใจปัญหาสุขภาพจิต สำหรับรูปแบบเป็นกิจกรรมที่ใช้กระบวนการเพื่อนช่วยเพื่อน โดยเปิดวงสนทนาเพื่อสร้างพื้นที่ให้นักเรียนได้พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสำรวจความรู้สึกของตนเอง ผ่านการดำเนินกิจกรรมกลุ่มโดยทีมวิทยากรจากสมาคมสายใยครอบครัว ซึ่งมีประสบการณ์ตรงด้านสุขภาพจิตและการสนับสนุนผู้ที่มีปัญหาทางจิตเวช เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้แก่นักเรียน และเชื่อมต่อเนื่องการดูแลตั้งแต่เพื่อน ครู และครอบครัว ไปจนถึงหน่วยบริการ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงขึ้น
นางสาวสมบูรณ์ ชั่งโต นายกสมาคมสายใยครอบครัว ระบุว่า ปัจจุบันวัยรุ่นต้องเผชิญความกดดันหลายด้าน ทั้งการเรียน การเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ความคาดหวังจากครอบครัว การถูกบูลลี่ และการถูกกีดกันจากกลุ่มเพื่อน หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ความเครียดอาจสะสมและส่งผลต่อสุขภาพจิต รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กได้
สมาคมฯ จึงต้องการส่งเสริมให้เกิดกลุ่มช่วยเหลือกันภายในโรงเรียนและระดับชั้น เมื่อนักเรียนเริ่มรู้สึกเครียด จะสามารถประเมินตนเองเบื้องต้นผ่านแบบประเมินของกรมสุขภาพจิต พูดคุยกับเพื่อนที่ไว้วางใจ หรือขอคำปรึกษาจากครูประจำชั้นและครูแนะแนว หากพบปัญหาที่เกินศักยภาพของโรงเรียน ก็สามารถประสานส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม
จะช่วยให้เด็กเข้าใจมากขึ้น ว่าโรคซึมเศร้า คืออะไร เมื่อเกิดความเครียดควรจัดการอย่างไร และหากพบเพื่อนถูกบูลลี่จะเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างไร สิ่งสำคัญคือการทำให้เด็กรู้คุณค่าของตนเอง ไม่เก็บปัญหาไว้เพียงลำพัง และสามารถรวมกลุ่มช่วยเหลือกันได้”
โครงการ “รักนะไอ้ต้าว” ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กองทุน กปท.) หากผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย สมาคมฯ จะนำรูปแบบกิจกรรมไปพัฒนาและขยายผลในโรงเรียนอื่นต่อไป และยังเตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัด เพื่อขยายการดำเนินงานข้ามพื้นที่และอำเภอ เนื่องจากงบประมาณจากกองทุน กปท. สามารถใช้ดำเนินงานได้เฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบ ตั้งเป้าให้กิจกรรมเข้าถึงโรงเรียนทั่วจังหวัดนนทบุรีในปี 2570
ด้าน ดร.สัมฤทธิ์ ผิวนิ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม กล่าวว่า โครงการนี้ช่วยให้นักเรียนเรียนรู้การดูแลจิตใจของตนเอง มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน และกล้าขอคำปรึกษาจากครูมากขึ้น การมีผู้รับฟังตั้งแต่ปัญหายังอยู่ในระยะเริ่มต้น จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาเล็กพัฒนาไปสู่ปัญหาที่รุนแรง
ทั้งนี้จากการดูแลนักเรียนพบว่า ปัญหาด้านจิตใจนั้นส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับครอบครัว บางคนไม่ได้อาศัยอยู่กับบิดามารดา แต่อยู่กับปู่ย่าตายาย ขณะที่บางคนต้องดูแลตนเองโดยมีวัด โรงเรียน และชุมชนช่วยประคับประคอง โรงเรียนจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียนสามารถพูดคุยและขอความช่วยเหลือได้
ในอนาคตเห็นว่าควรขยายกิจกรรมให้ครอบคลุมนักเรียนทุกระดับชั้น โดยเฉพาะนักเรียนที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากระดับประถมศึกษาสู่มัธยมศึกษา ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของวัยรุ่น หากเด็กได้เรียนรู้วิธีดูแลตนเอง สื่อสารกับเพื่อนและครู รวมถึงรู้ว่าควรขอความช่วยเหลือจากใคร ก็มีทางเลือกในการจัดการปัญหามากกว่าการตัดสินใจเพียงลำพัง

ขณะที่ นางสาวดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า บอกว่าหากเด็กเข้าใจว่าทุกคนล้วนมีคุณค่า จะสามารถเรียนรู้ว่าหากมีปัญหาควรจัดการอย่างไร และหากจัดการด้วยตนเองไม่ได้จะขอคำปรึกษาจากใคร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครู ผู้ปกครอง หรือหน่วยบริการ การมีคนร่วมรับฟังและช่วยกันดูแล จะช่วยไม่ให้เด็กจมอยู่กับปัญหาเพียงลำพัง ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากการดำเนินกิจกรรมยังสามารถส่งกลับให้โรงเรียนนำไปใช้เฝ้าระวังและวางระบบช่วยเหลือนักเรียนได้
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม นายฐปนนท์ วัลลิสุต สะท้อนมุมมองว่า บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่ากำลังสะสมความเครียดไว้มากเพียงใด เมื่อมีพื้นที่ให้พูดคุยและมีคนรับฟัง ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและไม่ต้องเก็บปัญหาไว้คนเดียว “เราไม่ควรมองเฉพาะตัวเอง แต่ควรสังเกตคนรอบข้างด้วย หากเห็นเพื่อนถูกบูลลี่ ควรรู้ว่าจะช่วยอย่างไร รวมถึงเรียนรู้ว่าการแบ่งปันความเครียดกับคนที่พร้อมรับฟัง ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้มาก”
…สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
