back to top

‘สโตรก’ เกิดได้กับทุกคน

สโตรก (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมอง ยังเป็นภัยเงียบที่มีผลต่อสุขภาพของคนไทยจำนวนมาก และเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่เฉพาะผู้สูงวัย โดย 1 ใน 4 ของประชากรมีโอกาสเป็นโรคนี้

มาทำความเข้าใจกันอีกครั้งถึงสโตรก แบ่งเป็นหลอดเลือดตีบ/ตัน พบมากในสัดส่วน 85% เกิดจากลิ่มเลือดหรือไขมันอุดตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ สาเหตุหลักมาจากไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ลิ่มเลือดอุดตัน อาการเด่น คือ อ่อนแรงครึ่งซีก ชา พูดชัด โดยจะค่อยๆเป็น ประเภทนี้พบได้บ่อยที่สุด แพทย์ต้องรีบให้ยาละลายลิ่มเลือด

2.หลอดเลือดแตก พบ 15% แต่ก็ถือว่าอันตรายมาก เกิดจากความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ หรือหลอดเลือดโป่งพอง ทำให้หลอดเลือดฉีกขาด เลือดออกไปกดทับเนื้อสมอง อาการเด่น คือ ปวดหัวรุนแรงฉับพลันเหมือนหัวจะระเบิด อาเจียน หมดสติไว อันตรายถึงชีวิตอาจต้องผ่าตัดด่วนเพื่อหยุดเลือด 3.TIA (Transient Ischemic Attack) ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว อาการจะหายภายใน 24 ชม.แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยสโตรก

ย้ำกันอีกครั้งว่าสโตรกทำให้ทุกนาทีเซลล์สมองจะตายนับล้านเซลล์ สมองเสียหายถาวร เสี่ยงอัมพาตครึ่งซีก หรือเสียชีวิต นาทีชีวิตที่เรียกว่า ช่วงเวลาทอง (Gloden Period) ระยะเวลา 4.5 ชม. สำคัญมากต่อชีวิตผู้ป่วย เพราะยังเป็นช่วงเวลาที่สามารถช่วยเซลล์สมองได้ และแพทย์สามารถประเมินการให้ “ยาละลายลิ่มเลือด” ในช่วงนี้ ทำให้โอกาสรอดจะสูง และโอกาสพิการลดลง

สิ่งที่ต้องทำ (DO) คือ 1.โทร 1669 เรียกรถพยาบาลทันที 2.จดเวลาที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการ เพื่อแจ้งแพทย์ 3.ให้นอนราบ หนุนศรีษะสูงเล็กน้อย 4.คลายเสื้อผ้าให้หายใจสะดวก 5.สังเกตการหายใจ หากหยุดหายใจให้เตรียมทำ CPR

สิ่งที่ไม่ควรทำ (DON’T) 1.ห้ามป้อนน้ำ อาหาร หรือยาเด็ดขาด เพราะสำลักได้ 2.ห้ามนวด บีบคั้น หรือขยับตัวผู้ป่วยรุนแรง 3.ห้ามขับรถพาไปเองหากไม่จำเป็น เพราะอาการจะแย่ลงกลางทางได้  4.ห้ามนอนพักเพื่อรอดูอาการ

หากไม่อยากเป็นสโตรกต้องใส่ใจดูแลการกินอยู่แบบด่วนๆ ดังนี้ เรื่องอาหาร 1.หยุด หรือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก ครีมเทียม ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญมากที่ทำให้หลอดเลือดอุดตัน 2.ระวังและลดประมาณการกินหวานจัด มันจัด เค็มจัด เพราะโซเดียมจะไปเพิ่มความดันโลหิต และแป้งขัดขาว

อาหารที่กินเป็นประจำ แนะนำธัญพืช 5 สี ผักผลไม้ ข้าวกล้อง พราะจะทำหน้าที่เป็นไม้กวาดล้างหลอดเลือด ชะลอการดูดซึมไขมันและน้ำตาล ป้องกันหลอดเลือดตีบ และน้ำมันดี อย่างน้ำมันรำข่าว เพื่อชะลอการดูดซึมไขมัน

เรื่องขยับร่างกาย เพื่อขยายหลอดเลือด วันละ 30 นาทีอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงได้ถึง 25% โดยไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสก็ได้ แค่เดินแทนการนั่งมอเตอรไซด์ ทำงานบ้าน กวาดลานบ้าน เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ทำสวนปลูกผักรดน้ำต้นไม้  เป็นต้น ช่วยคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาล ลดความดัน ลดความเครียด

สโตรกป้องกันได้ หากปล่อยปละละเลยการใช้ชีวิตไม่คุ้มเสียแน่นอน เพราะเมื่อเป็นแล้วเสี่ยงอัพฤกษ์อัมพาตตลอดชีวิต ต้องมีคนดูแล 24 ชม.และต้องใช้เงินในการฟื้นฟูไม่น้อย…พร้อมหรือไม่ที่อยู่ในสภาพนั้น นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นสโตรกแล้วมักมีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และรู้สึกไร้ค่าจากการสูญเสียความสามารถ ต้องหาจิตแพทย์ให้คำแนะนำ ดังนั้นหากไม่มีครอบครัวซัพพอร์ทย่อมมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยสโตรก

ในบ้าน ชุมชน และสังคม ให้ช่วยกันสังเกตตามหลัก FACT ประกอบด้วย Face หน้าเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มแล้วปากเบี้ยงไปข้างหนึ่ง Arm  แขนขาอ่อนแรง ยกแขนไม่ขั้น ไม่มีแรงกำมือ Speech พูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้ ลิ้นคับปาก นึกคำพูดไม่ออก Time เวลา คือชีวิต หากเจอแค่ 1 อาการต้องโทร 1669 ทันทีไม่ต้องรอดูอาการอีก แม้มีอาการแขนขาอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น ผ่านไป 10 นาทีอาจหาย แต่นี้คือ TIA สโตรกเตือน เพราะ 1 ใน 3 ของคนที่มีอาการนี้จะเกิดสโตรกจริงตามมา

ข้อมูล : ศูนย์บริการสาธารณสุข