เมื่อใกล้สิ้นปีวัยทำงานอาจรู้สึกเหนื่อยล้า โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องทำงานหนัก เพราะตำแหน่งหน้าที่ หรือต้องทำงานหนัก เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวให้พอ แม้รู้ตัวเองว่าเหนื่อยล้าแต่ก็ต้องฝืนทำงาน นอกจากภาวะเศรษฐกิจแล้วบางคนพักไม่ได้ เพราะ 1.ไม่มีใครทำงานที่รับผิดชอบแทนได้ 2.มีงานด่วนหรือต้องทำงานสำคัญในวันนั้นให้เสร็จ 3.กลัวได้รับผลกระทบต่อการประเมิน และอาจมีผลต่อเงินเดือน 4.เพราะความจำเป็นหรือเป็นภาระหน้าที่ต้องไปทำงาน และ 5.รู้สึกว่ายังพอทนไหว
อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) สิ่งที่ตามมาได้แน่นอน คือ ความเครียดวิตกกังวล บางคนต้องใช้ยาคลายเครียดช่วย ต้องหาจิตแพทย์และหรือสารเสพติด หรือบางคนใช้วิธีวผิดหาทางระบายอารมณ์ลบกับคนใกล้ตัว ทั้งนี้หากองค์กรต้องการรักษาคนทำงานไว้ก็ต้องปรับระบบการทำงานใหม่ สร้างค่านิยมสุขภาพที่ดี เพื่อการทำงานที่มีคุณภาพ สร้างวัฒนธรรมองค์กรในการใส่ใจสุขภาพ และวางระบบสวัสดิการต่างๆ ที่เหมาะสม อาทิ เกณฑ์การลาป่วย หรือการดูแลสุขภาพรายบุคคล จะช่วยกระตุ้นให้คนทำงานดูแลสุขภาพตนเองอย่างจริงจังภายใต้กรอบขององค์กรซึ่งสุดท้ายก็จะส่งผลมาถึงผลลัพธ์ของงานที่องค์กรได้รับ และนอกจากองค์กรแล้ว คนทำงานแต่ละคนก็ต้องดูแลใส่ใจตนเองทั้งกายและใจ โดยมีข้อแนะนำ 10 ประการดังนี้

1. ทบทวนถึงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ชื่นชมข้อดีของตนเองและผู้อื่น พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสุขเสมอ 2. มีอารมณ์ขันและส่งยิ้มให้คนรอบข้าง 3. กล่าวคำขอบคุณให้เป็นนิสัย และขอโทษเมื่อทำผิด 4. ตั้งเป้าหมายถึงสิ่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข และลงมือทำให้สำเร็จ 5. หยุดคิดเล็กคิดน้อย ยอมรับข้อบกพร่องของผู้อื่น
6. จัดสรรเวลาให้สมดุล ตามหลัก 8-8-8 คือทำงาน 8 ชั่วโมง เวลาที่เหลือ คือการนอนหลับ และให้เวลากับครอบครัว 7. ใส่ใจสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน ช่วยคลายความเครียด นอนหลับดีขึ้น หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุราและสารเสพติด 8. ออฟไลน์ออกจากโลกโซเชียลบ้าง แล้วหันมาพูดคุย ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับคนในครอบครัว หรือคนใกล้ชิด 9. ทำงานอดิเรกที่ชอบหรือทดลองทำอะไรใหม่ๆ และ 10. ยึดหลักความพอเพียงในการดำเนินชีวิต พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ทั้งนี้มีการยืนยันว่าผลวิจัยยืนยันว่าคนทำงานที่มีความสุขจะเพิ่มผลผลิตมากกว่าคนทำงานที่ไม่มีความสุขถึง 20%
ข้อมูล : กรมสุขภาพจิต
