back to top

รู้ทันภัยฟ้าผ่า ป้องกันตัวอย่างไรเมื่อฝนฟ้าคะนอง

ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ยิ่งภาวะที่โลกแปรปรวนอย่างที่ปรากฏ อะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยก็เกิดได้แบบไม่มีข้อยกเว้น ช่วงหน้าฝนอาจยาวนานขึ้น ตอนนี้เมื่อยังไม่พ้นหน้าฝนเสียทีเดียว ไม่ควรประมาท เราอาจเห็นแสงแดดรำไร แต่อยู่ๆ ฝนฟ้าคะนองก็เกิดขึ้นได้ นอกจากฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วม สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังประมาทไม่ได้เลยในเรื่องของความเสี่ยงจาก “ฟ้าผ่า” การอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะเกิดฝนฟ้าคะนองมีความเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะเราอาจมองข้ามสิ่งของที่อยู่ในตัวหรือที่พกพา หรือสภาพแวดล้อมรอบตัวที่อาจเป็นสายล่อฟ้าได้

ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมอนามัยมาฝาก เพื่อป้องกันภัยจากฟ้าผ่า ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มักเกิดในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะรอยต่อของฤดูกาล ซึ่งมักจะมีสถิติการเกิดฟ้าผ่าสูง สาเหตุมาจากการปล่อยประจุไฟฟ้าออกจากก้อนเมฆที่มีการไหลเวียนของอากาศอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้หยดน้ำและก้อนน้ำแข็งในเมฆเสียดสีกันจนเกิดประจุไฟฟ้า ซึ่งกว่า 1 ใน 3 ของผู้ถูกฟ้าผ่ามักเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาลผ่านเข้าสู่ร่างกาย

มีคำแนะนำที่เราควรใส่ใจอย่างยิ่งเมื่อเกิดฝนฟ้าคะนอง ดังนี้

  1. เข้าไปอยู่ในอาคารที่ติดตั้งสายล่อฟ้าและมีผนังปิดมิดชิด ควรอยู่ห่างจากผนังอาคาร ประตู และหน้าต่าง
  2. หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง อาทิ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณดาดฟ้าหรือระเบียงด้านนอกอาคาร ทุ่งนา สนามฟุตบอล สระว่ายน้ำ รวมถึงสนามกอล์ฟ และต้องไม่อยู่ใกล้ที่สูง เช่น ต้นไม้สูง เสาโทรศัพท์ และเสาไฟฟ้า
  3. หลีกเลี่ยงการพกพาวัตถุที่เป็นโลหะ นอกจากไม่พกแล้ว ต้องอยู่ให้ห่างจากวัตถุที่เป็นโลหะหรือสื่อนำไฟฟ้า อาทิ รางรถไฟ รั้วลวดหนาม และท่อน้ำ เพราะเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้
  4. ไม่กางร่มที่มีปลายโลหะยอดแหลมในที่โล่งแจ้ง และไม่ถือวัตถุที่ชูสูงขึ้นไปจากตัว เช่น เบ็ดตกปลา และไม้กอล์ฟ
  5. ไม่สวมเครื่องประดับประเภทเงิน นาก หรือทองแดง
  6. งดใช้เครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากมีวัสดุจำพวกโลหะเป็นส่วนประกอบ ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำคลื่นไฟฟ้า มีผลให้แบตเตอรี่เกิดการลัดวงจรและระเบิดได้
  7. หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำในสระว่ายน้ำหรือบ่อน้ำ
  8. กรณีอยู่ในรถ ให้หลบในห้องโดยสารรถพร้อมปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด และต้องไม่จอดรถใกล้ต้นไม้ใหญ่ ตึกสูง เสาไฟฟ้า หรือป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ดับเครื่องยนต์ ปิดกระจก และไม่สัมผัสกับส่วนใดส่วนหนึ่งของรถที่เป็นโครงโลหะ ควรนั่งกอดอกหรือวางมือบนตัก
  9. ยึดหลักนั่งยองๆ ขาชิดพื้น เขย่งปลายเท้าให้ร่างกายสัมผัสพื้นให้น้อยที่สุด

การหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงเป็นวิธีที่ปลอดภัยมากที่สุด หรือแม้อยู่ในบริเวณบ้านหรืออาคารแล้วก็ใช่ว่าจะปลอดภัย อย่าลืมหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับจุดที่ไฟฟ้าสามารถวิ่งเข้าสู่ตัวเราได้ เช่น สายไฟ สายอากาศ สายโทรศัพท์ และบริเวณน้ำท่วมขังทุกกรณี รวมถึงห้ามใช้โทรศัพท์บ้านหรือเล่นอินเทอร์เน็ต และควรถอดปลั๊กอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าออกให้หมด เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอัคคีภัยหากเกิดฟ้าผ่าลงมาที่บ้านได้