back to top

EQ ช่วยสร้างสุข

มนุษย์ย่อมกลัวความโดดเดี่ยวอ้างว้าง แต่การนำพาตัวเองเข้าสังคมสำหรับบางคนอาจยากเกินบรรยาย มีตัวช่วยไหมที่จะทำให้อยู่ในสังคมที่มีผู้คนหลากหลายได้อย่างมีความสุข ส่ิงนั้นก็คือ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ : Emotional intelligence)

ความฉลาดทางอารมณ์ ความหมายก็คือ ความสามารถในการตระหนักรู้ และเข้าใจอารมณ์ความรู้สึก ทั้งของตนเองและผู้อื่น รวมถึงการจัดการและการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้าง และส่งผลต่อความสำเร็จในการปรับตัว แต่ใครจะมี EQ เพียงพอหรือไม่จำเป็นต้องถูกบ่มเพาะแต่วัยเยาว์ และจะดีไปกว่านั้นอีกหากแม่ปลูกฝังลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์

ความฉลาดทางอารมณ์ประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบที่สำคัญ คือ

1.ขั้นตระหนักรู้จักอารมณ์ของตนเอง เป็นการเข้าใจความเปลี่ยนแปลงในภาวะอารมณ์และความต้องการของตนในแต่ละช่วงเวลาและสถานการณ์ รับรู้ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น

2.ขั้นบริหารจัดการอารมณ์ เป็นความสามารถที่จะควบคุมจัดการกับความรู้สึกหรือภาวะอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม ทั้งอารมณ์ทางบวกและทางลบให้เป็นไปตามทิศทางที่สังคมยอมรับ

3.ขั้นการจูงใจตนเอง เป็นการกระตุ้นเตือนตนเองให้คิดริเริ่ม อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และผลักดันไปสู่เป้าที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ สามารถอดได้ รอได้ ไม่หุนหันใจเร็วด่วนได้

4.ขั้นตระหนักรู้อารมณ์ของผู้อื่น เป็นความสามารถที่จะเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น เห็นอกเห็นใจ ตลอดจนรับรู้ความต้องการของผู้อื่นได้

5.ขั้นความสามารถในการจัดการความสัมพันธ์กับผู้อื่น มีความเป็นผู้นำ สามารถมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นเป็นอย่างดี จนก่อให้เกิดความไว้วางใจต่อกัน

องค์ประกอบของความฉลาดทางอารมณ์ แบ่งออกเป็น 5 ด้าน 15 คุณลักษณะ ดังนี้

1. ความสามารถภายในบุคคล

  • รับรู้ เข้าใจ ตนเองอย่างถูกต้อง และยอมรับตนเองได้
  • ตระหนักและเข้าใจภาวะอารมณ์ของตนเอง
  • แสดงอารมณ์ความรู้สึกของตนเองออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์
  • เชื่อในอำนาจและการตัดสินของตน มีอิสระทางอารมณ์จากคนอื่น
  • มีความพากเพียรเพื่อบรรลุเป้าหมาย และไปถึงศักยภาพที่แท้จริงของตน

2. ทักษะด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

  • ตระหนักและเข้าใจว่าผู้อื่นรู้สึกอย่างไร
  • ระบุกลุ่มทางสังคมของตนได้และให้ความร่วมมือกับผู้อื่น
  • สร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่นได้

3. การจัดการความเครียด

  • จัดการอารมณ์ตนเองได้อย่างมีคุณภาพและสร้างสรรค์
  • ควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างมีคุณภาพและสร้างสรรค์

4. ความสามารถในการปรับตัว

  • คิดและรู้สึกอย่างสมเหตุสมผล สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
  • ปรับความคิดและความรู้สึกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้
  • แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะแก่ตนและความสัมพันธ์

5. ด้านแรงจูงใจและภาวะอารมณ์

  • คิดบวก มองเห็นด้านที่ดีของชีวิต
  • รู้สึกพึงพอใจในตนเอง ผู้อื่น และชีวิตโดยรวม

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดทางอารมณ์ ได้แก่

1. พันธุกรรมหรือพื้นอารมณ์ แต่ละคนมีบุคลิกและพื้นอารมณ์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดแตกต่างกัน จากพันธุกรรมและภาวะความเครียดของแม่ในขณะตั้งครรภ์ หากบุคคลมีพื้นอารมณ์ดี ก็เปรียบได้กับมีพื้นที่แข็งแรงสามารถรองรับแรงกระแทกได้มาก

2. สภาพแวดล้อมและการอบรมเลี้ยงดู การเป็นแบบอย่างและการสอนถึงทักษะทางอารมณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับเด็ก ด้วยบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย สมาชิกครอบครัวมีความไว้วางใจกัน มีการสื่อสารที่เปิดเผย รับฟัง ไม่ทำร้ายจิตใจกัน ให้การสนับสนุนและกำลังใจ เหล่านี้จะช่วยพัฒนากล่อมเกลาและควบคุมพื้นอารมณ์ด้านลบ และส่งเสริมพื้นอารมณ์ด้านบวกได้

3. การศึกษา ทั้งครูอาจารย์มีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีในโรงเรียน เป็นประชาธิปไตย มีอิสระ ให้ความเคารพและรับฟัง ฝึกฝนเรื่องการเอื้ออาทรผู้อื่น ระมัดระวังคำพูดและอารมณ์ของตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจ บริหารจัดการภาวะอารมณ์ของตนเองได้

4. อายุ ซึ่งความฉลาดทางอารมณ์สามารถพัฒนาได้และเปลี่ยนแปลงไปตลอดชีวิต ตามวุฒิภาวะและประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้

5. ความแตกต่างระหว่างเพศ จากงานวิจัยพบว่า ระดับความฉลาดทางอารมณ์ของเพศชายและหญิงไม่แตกต่างกัน แต่มีความแตกต่างในบางองค์ประกอบ เช่น เพศหญิงมีทักษะระหว่างบุคคลมากกว่า จะตระหนักในอารมณ์ทั้งของตนเองและผู้อื่น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ดี และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่า ส่วนเพศชายจะมีความนับถือตนเอง มีความเป็นอิสระ มีความสามารถในการแก้ปัญหา รู้จักยืดหยุ่น รับมือกับความเครียดได้ดี และมองโลกในแง่ดีกว่า

ความฉลาดทางอารมณ์ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างและหน้าที่ของสมองส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะสมองซีกขวา ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องการรับรู้โดยภาพรวมในเชิงมิติสัมพันธ์ การคิดเป็นภาพ คิดคาดคะเนอารมณ์ สีหน้า ความรู้สึก คิดโดยประมวลสิ่งเร้าต่าง ๆ พร้อมกัน ศิลปะ ภาพสัญลักษณ์ ความสุนทรีย์ คิดรับรู้จินตนาการในลักษณะของความคิดสร้างสรรค์ คิดแบบทันทีทันใด และญาณหยั่งรู้เรื่องของจิตใจ

มีการแบ่งสมองเป็น 3 ขั้นตามลำดับความซับซ้อนในการทำงาน ได้แก่ ชั้นในสุด เรียกว่า Reptilian เกี่ยวข้องกับสัญชาตญาณ, สมองส่วนกลาง ที่มี Amygdala ซึ่งเป็นศูนย์กลางการรับรู้ ตอบสนองต่ออารมณ์โกรธ กลัว โดยส่งผลต่อการทำงานของสมองชั้นนอกสุด,สมองชั้นนอกสุด หรือ Neocortex ทำหน้าที่คิด รับรู้ พูด และวางแผน ดังนั้นพัฒนาการทางอารมณ์และสมองมีส่วนสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด หากสมองได้รับความเสียหาย กระบวนการคิด การตัดสินใจ การตอบสนองทางอารมณ์ การแสดงออกต่างๆ ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

ข้อมูล : คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/emotional-intelligence/