back to top

เดินป่าปลอดโรค

การเดินป่าเป็นกิจกรรมที่กำลังฮิตทั้งในผู้สูงวัย และวัยรุ่น GEN ใหม่ ถือว่ามาถูกทางแล้ว เพราะเป็นกิจกรรมที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อย่างดีจากอากาศบริสุทธิ์ และการซึมซับธรรมชาติ ทั้งการเดินป่ายังเป็นการส่งเสริมสุขภาพที่ทำได้ทุกเพศทุกวัย ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ อากาศกำลังเย็นสบาย หลายคนกำลังวางแผนไปเดินป่าในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ บ้างก็วางแผนกางเต็นท์นอน เพื่อชมหมอกหรือสัมผัสอากาศหนาว

แต่จะทำอย่างไรให้การเดินป่าได้สุขภาพจริงๆไม่ติดโรคใดๆมา เพราะการอยู่ในป่าเขามีความเสี่ยงที่จะถูกตัวไรอ่อนที่อาศัยอยู่ในป่ากัด อาจติดเชื้อและป่วยเป็นโรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือโรคไข้รากสาดใหญ่ได้ ซึ่งหลายคนไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้มานาน จริงๆแล้วโรคไข้รากสาดใหญ่อยู่ในประเทศไทยไม่ได้หายไปไหน เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนที่มีเชื้อกัด ทำให้คนได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลบริเวณผิวหนังที่ถูกกัด ซึ่งตัวไรอ่อนมีขนาดเล็กมาก จนอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่ตามใบไม้ ใบหญ้าใกล้กับพื้นดิน และไต่ไปตามยอดหญ้า เกาะตามเสื้อผ้าของคนที่เดินผ่าน บริเวณที่มักถูกกัดคือ รักแร้ ขาหนีบ รอบเอว

หากถูกตัวไรอ่อนที่มีเชื้อกัดประมาณ 10 – 12 วัน จะมีอาการ ไข้สูง ปวดศีรษะ ตาแดง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย บริเวณที่ถูกกัดอาจจะมีผื่นแดงขนาดเล็กค่อย ๆ นูนหรือใหญ่ขึ้น และอาจจะพบแผลคล้ายบุหรี่จี้ (Eschar) แต่จะไม่ปวดและไม่คัน ผู้ป่วยบางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ และอาจทำให้เสียชีวิตได้

ข้อแนะนำประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวและกางเต็นท์นอนในป่า ควรปฏิบัติดังนี้ เพื่อป้องกันโรค

  • -สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
  • -หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนบนพื้นหญ้า และใช้สเปรย์หรือโลชั่นกันแมลงที่มีส่วนผสมของสาร DEET 20-30%
  • -หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณแหล่งอาศัยของตัวไรอ่อน เช่น ป่าละเมาะ ทุ่งหญ้าชายป่าหรือบริเวณต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง
  • -หลังออกจากป่าให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายและสระผม
  • -สำรวจร่างกายตนเองว่ามีผื่น แผล หรือแมลงเกาะตามตัวหรือไม่
  • -ควรนำเสื้อผ้าที่สวมใส่มาซักทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกเข้มข้นทันที เพราะอาจจะมีตัวไรอ่อนติดมากับร่างกายหรือเสื้อผ้าได้
  • หลังกลับจากเที่ยวป่า หรือกางเต็นท์ภายใน 2 สัปดาห์ หากป่วย มีไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ หรือตรวจพบสะเก็ดแผลที่มีรอยไหม้คล้ายถูกบุหรี่จี้ที่ผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเข้าไปในป่า เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว ป้องกันการเสียชีวิต หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ข้อมูล กรมควบคุมโรค