เข้าปลายปีแล้ว มนุษย์ทำงานย่อมเหนื่อยล้า บวกภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยให้เราหยุดพัก หรือหน้าที่การงานบังคับให้ต้องทำ ซ้ำร้ายบางคนมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เลวร้าย ความเครียดสะสมย่อมเกิดขึ้น และนำไปสู่ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) ได้ ภาวะหมดไฟในการทำงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน เป็นภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรังจากการทำงาน เกิดจากความเครียดสะสมที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ส่งผลต่ออารมณ์ จิตใจ และร่างกาย องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็น “ปรากฏการณ์ทางอาชีพ” (occupational phenomenon) ที่สะท้อนถึงปัญหาในสภาพแวดล้อมการทำงาน ไม่ใช่โรคทางการแพทย์
ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะหมดไฟ มาจาก
-ความเครียดสะสมจากงานที่มากเกินไป
-ปริมาณงานหรือแรงกดดันที่เกินขีดจำกัด
-สภาพแวดล้อมการทำงานเป็นลบ ขาดการสนับสนุน
-ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจหรือควบคุมงาน
-ขาดความชัดเจนในหน้าที่ หรือความคาดหวังที่ไม่เป็นจริง
ทั้งนี้ภาวะหมดไฟไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่มีสัญญาณเตือนให้สังเกตได้ เช่น
-รู้สึกหมดแรง แม้ไม่ได้ทำงานหนัก
-เบื่อหน่ายงาน ไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ
-หงุดหงิดง่าย ห่างเหินจากเพื่อนร่วมงาน
-ผลงานลดลง หรือเริ่มผัดวันประกันพรุ่ง
-รู้สึกว่าตนไม่มีค่า ไม่เก่งเหมือนเดิม

สำหรับอาการของภาวะหมดไฟ แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย
ด้านอารมณ์: เครียด ท้อแท้ อารมณ์แปรปรวน
ด้านความคิด: ขาดสมาธิ มองโลกในแง่ร้าย
ด้านพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงสังคม มาทำงานสาย หยุดงานบ่อย
ด้านร่างกาย: นอนไม่หลับ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกันต่ำ
หากใครมีภาวะหมดไฟในการทำงานเล่นงานแล้ว ไม่ต้องวิตกังวลใดๆ มีวิธีฟื้นตัวและการป้องกัน โดยหากเริ่มมีสัญญาณของภาวะหมดไฟ ควรทำ ดังนี้
-ยอมรับและเฝ้าสังเกตสัญญาณเตือน
-ขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญ
-ปรับสมดุลชีวิต พักผ่อนให้เพียงพอขสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน
-จัดการความเครียดด้วยวิธีการต่างๆที่เหมาะกับเรา เช่น การทำสมาธิ หรือออกกำลังกาย
หลายคนสงสัยว่าภาวะหมดไฟเหมือนหรือต่างจากโรคซึมเศร้าอย่างไร? แม้อาการบางอย่างของภาวะหมดไฟจะคล้ายกับโรคซึมเศร้า เช่น ความรู้สึกท้อแท้หรือขาดแรงจูงใจ แต่มีจุดต่างสำคัญ หมดไฟ เกิดจากความเครียดจากงานโดยตรง ส่วนซึมเศร้า เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องงาน แต่อย่างไรก็ตาม หากปล่อยไว้นาน ภาวะหมดไฟอาจพัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้าได้เช่นกัน
ใครที่ไม่แน่ใจว่าเราเป็นอะไรกันแน่หมดไฟ หรือซึมเศร้า ให้เช้าไปทำแบบสำรวจตนเองที่ www.สุขภาพจิต.com ซึ่งจะมีข้อมูลต่างๆให้เราได้ศึกษาใจตนเอง และหาคนที่ไว้วางใจได้ และเราสบายใจที่จะพูดคุย หรือสถานที่พักใจที่ทำให้เราสบายใจ เช่น สวนสาธารณะ เป็นต้น หรือหากไม่ไหวจริงๆให้ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง …ไม่ต้องลังเลที่จะหาคนช่วย
ที่มา : กรมสุขภาพจิต
