ความเครียดเกิดได้กับทุกคน เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้ การต้องเจอะเจอกับแรงปะทะ หรือสิ่งใดๆที่ไม่เป็นดังหวังย่อมเป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญอยู่ที่เรารู้หรือไม่ว่า “เครียด” และจัดการกับอารมณ์นั้นได้ทันการณ์หรือไม่ต่างหาก เราจะรู้ได้อย่างไรว่าความเครียดมาเยือนแล้ว สัญญาณบอกว่าเรากำลังมีความเครียดอาจรู้สึก
– วิตกกังวล
– กลัว
– โกรธ หรือก้าวร้าว
– เศร้า
– หงุดหงิด
โดยเราจะตอบสนองต่อความเครียดด้วยการแสดงพฤติกรรมต่างไปจากเดิม ได้แก่
– แยกตัวจากสังคม
– ลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ
– ร้องไห้เพิ่มขึ้น
– มีปัญหาด้านการนอน
– มีปัญหาเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์
– ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้น
ทางด้านร่างกายก็อาจแสดงออกมาด้วยอาการต่างๆ อาทิ
– ปวดหัว
– คลื่นไส้
– อาหารไม่ย่อย
– หายใจถี่
– เหงื่อออก
– ใจสั่น
ทางการแพทย์ความเครียดเป็นประโยชน์ในแง่ที่ช่วยให้เอาชนะขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง เช่น ความกลัว ความเจ็บปวด เป็นต้น และหลังจากผ่านสถานการณ์ความเครียดนั้นมาแล้ว ร่างกายจะกลับสู่ปกติ แต่หากความเครียดในระดับที่มากเกินไป ย่อมจะส่งผลทางลบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาวได้
เมื่อเรารู้ว่าความเครียดมาเยือนแล้วจากสัญญาณเตือนที่กล่าวไปข้างต้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์ เท่ากับเราดักได้ทัน ทีเมื่อดักได้ทันแล้ว ก็ต้องจัดการกับความเครียดให้เป็นก่อนที่จะส่งผลทางลบในระยะยาวกับตัวเรา มีคำแนะนำในการจัดการกับความเครียด ดังนี้
1.หาแหล่งสนับสนุนทางสังคม หาคนที่รับฟัง หรือให้คำแนะนำได้ จะช่วยให้ความเครียดลดลง หรือหาโอกาสไปร่วมกิจกรรมใหม่ๆ ซึ่งอาจทำให้ได้มุมมองใหม่ๆมาช่วยจัดการกับปัญหาที่เจอได้
2.กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การที่เราได้หันกลับมาให้เวลา ให้ความสำคัญ และใส่ใจตัวเองมากขึ้น จะทำให้จิตใจรู้สึกดีขึ้น
3.ลดการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ วิธีนี้อาจช่วยลดความเครียดได้ในระยะสั้นๆ แต่กลับจะมีผลต่อสุขภาพกาย และยังทำให้เกิดความรู้สึกกังวลมากขึ้นด้วย

4.ออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟินออกมาช่วยให้รู้สึกมีความสุข การออกกำลังกายเพียงวันละ 15-20 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวเราได้แล้ว
5.หาเวลามาดูแลตัวเอง ถึงจะมีเรื่องให้ต้องรับผิดชอบในชีวิต แต่เราก็ต้องรับผิดชอบต่อตัวเราเองด้วยเช่นกัน ควรหาเวลาพักผ่อน ทำสิ่งที่ชอบ เพื่อเพิ่มความสุขให้กับตัวเรา ช่วยให้ระดับความเครียดลดลง เตรียมพร้อมไปเจอกับเรื่องอื่นๆที่ต้องต่อไป
6.ฝึกสติ สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยให้เราจัดการ และลดความเครียด ความวิตกกังวลลง
7.นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เพราะจะไปกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว เพื่อสุขภาพการนอนที่ดี และจำเป็นต้องลดเวลาการใช้หน้าจอโทรศัพท์ก่อนเวลานอนด้วย เพื่อให้การนอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
8.มองหาสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เป็นการรับรู้ว่าสิ่งที่เราเจอก็ไม่ได้แย่จนเกินไป ยังมีสิ่งดีๆอยู่กับเราเสมอ
อย่างไรก็ตามหากรู้สึกเครียด กังวลหรือเศร้ามาก แนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์ในสถานพยาบาลต่างๆ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชม.ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำ เพื่อตัวเราเอง …หากรักตัวเองมากพอ เราต้องทำให้ตัวเองดีขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ข้อมูล : ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
